ข่าวรถยนต์ข่าวไวรู้ก่อนใครติดตามได้เลย

Browsing Tag: COVID-19

Triumph Scrambler 1200 condition

ข่าวรถมอเตอร์ไซค์

Triumph Scrambler 1200 condition มอเตอร์ไซค์สุดคลาสสิก

Triumph Scrambler 1200 condition  แรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์ชุด James Bond 007 ภาคล่าสุด ผลิตเพียง 250 คัน ราคา 5.9 แสนบาท

Triumph Motorcycle ประกาศเปิดตัว Triumph Scrambler 1200 Bond Edition รถจักรยานยนต์ รุ่นพิเศษที่ผลิตออกมาเพียงแต่ 250 คัน ทั่วทั้งโลก เพื่อเป็นการสังสรรค์ให้กับภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ 007 ภาคปัจจุบัน No Time to die และก็ยังเป็นรถจักรยานยนต์ลักษณะเดียวกันกับที่ Daniel Craig คนรับบท James Bond ใช้ขี่ในฉากสำคัญของภาพยนตร์อีกด้วย

Triumph Scrambler 1200 condition มีพื้นฐานมาจากรุ่น Scrambler 1200 XE ที่ใช้เครื่องยนต์กลไก 4 จังหวะ 2 ดูด ขนาด 1,200 ซี.ซี. SOHC 8 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ แรงม้า สูงสุดที่ 89 แรงม้าที่ 7,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุดที่ 109.8 นิวตันเมตร ที่ 3,950 รอบต่อนาที เกียร์ 6 สปีด

ข้อมูลที่น่าดึงดูดของ Triumph Scrambler 1200 Bond Edition
ความพิเศษของ Triumph Scrambler 1200 Bond Edition เป็นชุดแต่งที่อ้างอิงมาจากภาพยนตร์ชุด James Bond 007 ที่มีเนื้อหาโดยประมาณดังนี้
การ์ดท่อไอเสียสลักลายโลโก้ 007
ชุดท่อไอเสียจาก Arrow ปลายคาร์บอนเส้นใย
เรือนไมล์จอแสดงผลลัพธ์แบบสี TFT
บอดี้รถยนต์สีดำแบบ Sapphire Black ทั้งยังคัน
บังโคลนหน้าข้างหลัง ราวแฮนด์คนซ้อน เป็นสี Black Anodised
เบาะหนังแท้พรีเมียมแกะลวดลาย Bond Edition
แต่ละคันจะมีลำดับที่ซีเรียลนัมเบอร์ แจ้งว่าเป็นคันลำดับที่เท่าไรในสายการสร้างถัง 250 คัน
การส่งรถยนต์จะถูกเซ็นชื่อจาก Nick Bloor CEO บริษัท ไทรอัมพ์ มอเตอร์ไซเคิล อังกฤษ อีกด้วย

ราคาของ Triumph Scrambler 1200 Bond Edition คันนี้อยู่ที่ 18,500 เหรียญดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 590,000 บาท (ยังไม่รวมภาษี) ผลิตเพียงแต่ 250 คัน แค่นั้น แฟนๆ 007 ต้องการโก้เก๋เสมือนเจมส์ บอนด์ ก็จำต้องรีบสั่งจองกันไว้ก่อน เนื่องจากถ้าเกิดมี Aston Martin รุ่นที่ปรากฏอยู่ในหนังออกตามมาบางครั้งก็อาจจะใช้งบประมาณมากยิ่งกว่านี้อีกเยอะแยะ

ในส่วนของภาพยนตร์ James Bond 007 No Time to Die เดิมมีระบุฉายในโรงหนังเมษายนก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา แม้กระนั้นก็จำต้องถูกเลื่อนออกไป เป็นตอนพฤศจิกายน ปี 2020 เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19

Toyota Revo 2020

ข่าวรถยนต์

Toyota Revo 2020 รถกระบะจาก โตโยต้า ที่เปิดตัวโฉมใหม่ ไมเจอร์เชนจ์ พร้อมกัน 4 รุ่นหลัก 40 รุ่นย่อย

Toyota Revo 2020  ปรับดีไซน์ใหม่พร้อมขุมพลังใหม่ ราคาเริ่มต้น 5.4 แสนบาท ส่วนรุ่นท็อป Toyota Revo Rocco ราคา 1.2 ล้านบาท

Toyota เปิดโฉมใหม่ รถกระบะ พันธุ์แกร่งประจำค่าย Toyota Hilux Revo 2020 ที่ได้มีการปรับ เปิดตัว ไมเนอร์เชนจ์ เพื่อเป็นการเพิ่มความน่าสนใจเรียกกระแสความคึกคักในตลาด รถยนต์ ให้กลับมาอีกครั้ง โดยเป็นการเปิดเผยโฉมพร้อมกัน 4 รุ่นหลัก 40 รุ่นย่อย มีรายละเอียดน่าสนใจ ดังนี้

ข้อมูลที่น่าสนใจของ Toyota Revo 2020
เครื่องยนต์และสมรรถนะ ทั้งหมด 4 รูปแบบ
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ที่ 1,400 – 2,800 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.4 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,000 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และเกียร์ธรรมดา 6 สปีดขับเคลื่อน 4 ล้อพร้อม Sequential Shift
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 3,400 รอบต่อนาที เกียร์ธรรมดา 5 สปีด
เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า ที่ 3,400 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร ที่ 1,600 – 2,800 รอบต่อนาที

รูปลักษณ์ภายนอก
ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ Bi-Beam LED ไฟท้าย LED Light Guiding
กระจังหน้าใหม่หกเหลี่ยม กันชนหน้า-หลัง บันไดข้าง ชุดแต่งกันชนและซุ้มล้อ ดีไซน์ใหม่หมด
ล้ออัลลอย 18 นิ้ว LINE ใหม่ ยาง 265/60 r18 แบบ White Letters
ช่วงล่างปรับปรุงใหม่แบบ Super Flex Suspension

ดีไซน์ภายใน
ภายในห้องโดยสารไม่มีอะไรเพิ่มเติมจากรุ่นเดิมมากนัก ในสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว เชื่อมต่อสมาร์ตโฟนผ่านระบบ Apple CarPlay / Android Auto และระบบ T-Connect ที่คอยช่วยเหลือผู้ขับขี่ มาตรวัดความเร็วดีไซน์ใหม่ เป็นต้น แต่สิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ ในระบบรักษาความปลอดภัยที่ให้มาแบบครบเครื่อง เช่น
ในระบบ T Connect by Toyota หรือระบบบริหารยานพาหนะและการขนส่งแบบครบวงจร สามารถติดตามและควบคุมการขนส่งผ่านมือถือได้แบบ Real Time
ระบบ Stolen Vehicle Tracking ตรวจสอบตำแหน่งรถยนต์เมื่อถูกโจรกรรมพร้อมสัญญาณ SOS ประสานงานช่วยเหลือ 24 ชั่วโมง
Geo-fencing ระบบแจ้งเตือนเมื่อรถออกนอกเขตที่กำหนด
ระบบ Vehicle Information และ Maintenance Reminder แสดงสถานะรถยนต์ ข้อมูลการขับขี่ พร้อมสรุปการเดินทางแจ้งเตือนต่อภาษีและทะเบียนล่วงหน้า แจ้งเตือนการเข้าศูนย์พร้อมนัดหมายล่วงหน้าได้ด้วย
Toyota Safety Sense ระบบแจ้งเตือนก่อนการชน ระบบควบคุมและปรับลดความเร็วอัตโนมัติ ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกนอกเลนพร้อมหน่วงพวงมาลัยกลับ

ในการเปิดตัวของ Toyota Revo 2020 ครั้งนี้เอาใจตลาดเป็นอย่างมาก มีทุกแบบ ทุกรุ่น ทุกราคาให้เลือกถึง 40 รุ่นย่อย มีเงินแค่ไหนซื้อแค่นั้นตามความจำเป็น ที่สามารถเรียกว่าเอาใจกระเป๋าสตางค์ของลูกค้าที่อาจจะได้รับผลกระทบจาก COVID-19 มาหมาด ๆ ในทางฝั่งคู่แข่งอย่าง Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton, Mazda BT-50 ที่นอกจากข่าวการแชร์เทคโนโลยีและโรงงานผลิตแล้ว จะเอาอะไรออกมาสู้คงต้องรอลุ้นกันต่อไป…

เปิดตัวโฉมใหม่ Honda ZR-V

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวโฉมใหม่ Honda ZR-V คาดเป็นรถยนต์ SUV ครอสโอเวอร์ขนาดเล็กรุ่นใหม่

เปิดตัวโฉมใหม่ Honda ZR-V  ที่จะเข้ามาทำตลาดแทน Honda Jazz ในโซนเอเซียที่ยังว่างอยู่ แต่รายละเอียดอื่น ๆ ยังต้องติดตามต่อไป

เปิดตัวโฉมใหม่ Honda ZR-V

ในวงการของรถยนต์นั้นจะมีการจดทะเบียนสิทธิบัตรหรือเครื่องหมายของการค้ากันทั่วไปทุกมุมโลก ไม่ว่าจะเป็นชื่อเดิมที่ค่ายรถต้องการเก็บไว้ หรือชื่อใหม่ที่จะเป็นการพลิกโฉมหน้าของวงการรถ ล่าสุดเว็บไซต์รถยนต์ของฟิลิปินส์อย่าง autoindustriya ได้มีการรายงานว่า Honda ได้จดเครื่องหมายการค้ากับหน่วยงาน World Intellectual Property Organization (WIPO) ณ ประเทศออสเตรเลียในชื่อ Honda ZR-V เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2020 ที่ผ่านมา

แน่นอนว่า รถ SUV ของ Honda จะใช้รหัส R-V พ่วงท้ายมาด้วยเสมอ โดยมีรุ่นต่าง ๆ ดังนี้

CR-V มาจากพื้นฐานของ Honda Civic
HR-V สร้างจากแพลตฟอร์มของ Honda Jazz
BR-V รุ่นต่อยอดมาจาก Honda Brio ขยายออกเป็นเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง
WR-V คล้าย ๆ กันกับ HR-V ใช้บุกตลาดอเมริกาใต้
XR-V เหมือนกันกับ WR-V ที่มาจาก HR-V ใช้บุกตลาดประเทศจีน
UR-V ใช้ทำตลาดในประเทศจีนเช่นเดียวกัน และเป็นรถรุ่นใหญ่กว่า CR-V
ZR-V คือ..

ข้อมูลที่อาจเป็นไปได้ของ Honda ZR-V
เครื่องยนต์ 2 แบบคือ เบนซินเทอร์โบ 1.0 ลิตร ให้กำลังที่ 126 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที และ 1.5 ลิตรจับคู่กับมอเตอร์ระบบใหม่ i-MMD (Intelligent Multi Mode Drive) จำนวน 2 ตัว ให้กำลังรวมที่ 131 แรงม้าที่ 4,000 – 8,000 รอบต่อนาที

อาจจะเป็นรุ่นที่ทำตลาดในเอเซียรวมถึงประเทศไทยด้วย

ตัว “Z” อาจหมายถึงคนเมืองรุ่นใหม่กลุ่ม Gen Z ที่ทางฮอนด้าจะเจาะเป็นตลาดเป้าหมาย
อาจจะเป็นรถ SUV ครอสโอเวอร์ที่มีขนาดเล็กที่สุด หรืออาจจะมีขนาดพอ ๆ กับ Suzuki Vitara

สรุปได้ว่า ข้อมูลแน่นอนเกี่ยวกับ Honda ZR-V ณ ตอนนี้ก็คือจะมาในชื่อนี้ แต่รูปแบบ ใหม่โฉม สเปก หรือรายละเอียดอื่น ๆ รวมถึงการกำหนดการออกขาย ยังต้องรอติดตามกันต่อไป และข้อมูลที่หลุดมาอาจจะเป็นการจงใจเพื่อเผยที่จะเรียกความสนใจจากแฟนๆ Honda ในช่วง COVID-19 นั่นเอง

Isuzu D-Max XTR Color Edition

ข่าวรถมอเตอร์ไซค์

เปิดโฉมใหม่ Isuzu D-Max XTR Color Edition โมเดลใหม่ของรถกระบะจากค่าย Isuzu เผยโฉมให้เห็นดีไซน์ใหม่

เปิดโฉมใหม่ Isuzu D-Max XTR Color Edition  ที่ดูโฉบเฉี่ยวพร้อมปรับแต่งช่วงล่างให้ดียิ่งขึ้น ผ่านวิกฤติ COVID-19 เมื่อไหร่เปิดราคาแน่นอน

เปิดโฉมใหม่ Isuzu D-Max XTR Color Edition

Isuzu D-Max XTR ที่สามารถตอบโจทย์ได้ในทุก ๆ การใช้งาน ไม่ว่าจะเป็นงานบรรทุกหนัก ๆ หรือขับผจญภัยแบบออฟโร้ด ล่าสุดได้เผยโฉมหน้าตารุ่นใหม่ไมเนอร์เชนจ์ให้เห็นกันแล้ว ในรุ่น Isuzu D-Max XTR Color Edition และพร้อมจะวางจำหน่ายที่อังกฤษก่อนเป็นประเทศแรก เครื่องยนต์ของ Isuzu D-Max XTR Color Edition ยังใช้เครื่องเดิมอยู่ คือ เครื่องยนต์ดีเซล 1.9 ลิตร 163 แรงม้า ซึ่งเป็นเครื่องเดิมของ Isuzu D-Max XTR รุ่นก่อนหน้านี้ และในส่วนของระบบรักษาความปลอดภัยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมากนัก สำหรับราคาของ Isuzu D-Max XTR Color Edition คาดว่าไม่น่าจะต่ำกว่า 34,000 ปอนด์อังกฤษ หรือประมาณ 1.3 ล้านบาท (ไม่รวมภาษี) โดยจะเปิดเผยราคาที่แน่นอนพร้อมจำหน่ายได้ทันทีภายในปี 2020 หลังจากที่พ้นวิกฤติ COVID-19 ไปแล้ว

ข้อมูลที่น่าสนใจของ Isuzu D-Max XTR Color Edition

กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่ดูแปลกตา มีความสปอร์ตมากขึ้น
บอดี้รถ กระจกมองข้าง มือจับประตู ฝากระบะหลัง ซุ่มล้อ สปอยเลอร์หลัง บันไดข้าง ใช้สี Cosmic Black Mica สีเดียวตลอดทั้งคันเป็นสีโปรโมต
ไฮไลท์ด้วยสีเขียว Vibrant Green ที่โลโก้ Isuzu โลโก้ XTR และจุดเด่นต่าง ๆ รอบรถ ดูโดดเด่น
ล้ออัลลอย 17 นิ้ว 6 ก้าน สีรมดำ เข้ากับตัวบอดี้รถ
ยางสปอร์ตออฟโร้ด Pirelli Scorpion All-Terrain Plus บ่งบอกว่าพร้อมลุยเต็มที่
ชุดเบรกล้อหน้าและชุดช่วงล่างใหม่ของ Pedders พร้อมยกสูงจากพื้น 250 มม.
ภายในห้องโดยสาร เบาะนั่งแบบ XTR สปอร์ตสีดำ เดินด้ายสีเขียว รวมมั้งแผงประตูด้วย
มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Splash White, Titanium Silver Met, Obsidian Grey Mica และ Cosmic Black Mica

เปิดตัวโฉมใหม่ Toyota Yaris Cross

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวโฉมใหม่ Toyota Yaris Cross รุ่นใหม่เผยโฉมผ่านทางออนไลน์ไปแล้วเรียบร้อย เจาะตลาดรถยนต์ SUV ขนาดเล็กสำหรับใช้ในเมือง

เปิดตัวโฉมใหม่ Toyota Yaris Cross  โดยรูปโฉมใหม่นี้ดีไซน์เอาใจแฟนคลับ Toyota ฝั่งยุโรปโดยเฉพาะ

เปิดตัวโฉมใหม่ Toyota Yaris Cross

เป็นรถยนต์กลุ่ม Subcompact SUV จาก Toyota ที่ได้มีการเปิดตัวรุ่นแรกไปในปี 2542 และได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในกลุ่มที่คนเมืองที่ชื่นชอบในเรื่องของการขับขี่ที่คล่องตัวและประหยัดน้ำมัน จนถึงปัจจุบัน Toyota Yaris มียอดขายกว่า 8.71 ล้านคันทั่วโลก จัดเป็นอีกหนึ่งในรุ่นเรือธงของ Toyota

ความตั้งใจจะเปิดตัวที่ในงาน Geneva Motor Show 2020 แต่สุดท้ายแล้วก็ต้องเลื่อนกำหนดออกมาเนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ล่าสุด Toyota ได้เผยโฉม Toyota Yaris Cross รุ่นใหม่ ดีไซน์ใหม่ ผ่านทางออนไลน์แล้วเมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผานมา โดยมีแผนออกสู่ตลาดฝั่งยุโรปก่อนในปี 2021 สำหรับจุดเด่นของ Toyota Yaris Cross 2021 มีดังต่อไปนี้

ข้อมูลที่น่าสนใจของ Toyota Yaris Cross 2021

แพลตฟอร์มใหม่ TNGA ที่มีขนาดตัวถังเล็กกว่า Toyota C-HR
มิติของตัวรถ ยาว x กว้าง x สูง เท่ากับ 4,180 มม. x 1,715 มม. x 1,560 มม. (ไม่รวมเสาอากาศ)
ความกว้างฐานล้อ เท่ากับ 2560 มม.
เครื่องยนต์ Dynamic Force 1.5 ลิตร 3 สูบ แถวเรียง ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า THS II (Toyota Hybrid System II เทคโนโลยีเฉพาะของ Toyota) มีกำลัง 116 แรงม้า
ระบบเกียร์ ธรรมดา 6 สปีด และเกียร์ CVT มีให้เลือก 2 แบบคือ ขับเคลื่อนล้อหน้าและขับเคลื่อน 4 ล้อที่เรียกว่า E-Four (electric four-wheel-drive system)
อัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2 emissions) น้อยกว่า 120 กรัม/กิโลเมตร ในการขับเคลื่อนล้อหน้า และ 135 กรัม/กิโลเมตร ในการขับเคลื่อน 4 ล้อ
สีโปรโมตคือ สีเหลือง Brass Gold

ดังนั้นก็ไม่ต้องแปลกใจถ้า เพราะตอนนี้จะยังไม่มีแผนการขายในประเทศไทยแต่อย่างใด เนื่องจากยังมี Toyota Yaris Cross ที่เป็นเวอร์ชั่นเฉพาะของอาเซียนอยู่ในตลาด ในขณะเดียวกัน คู่แข่งอย่าง Honda ในบ้านเราก็ยังซุ่มเงียบอยู่ มีเพียงข่าวลือของ Honda City 5 ประตู ที่คาดว่าจะนำมาจำหน่ายในไทยแทน Honda Jazz เท่านั้น

ข่าวรถยนต์

สื่อออสเตรเลีย วิจารณ์ Mazda BT-50 รถกระบะจาก Mazda ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

สื่อออสเตรเลีย วิจารณ์ Mazda BT-50 รูปร่างหน้าตาออกแนวคล้าย Isuzu D-Max และยังใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกันอีกด้วย

สื่อออสเตรเลีย วิจารณ์ Mazda BT-50

caradvice.com เว็บไซต์รถยนต์ในออสเตรเลีย รายงานข่าวเกี่ยวกับ Mazda BT-50 รถกระบะจาก Mazda ที่กำลังจะเปิดตัวโฉมใหม่ในแดนออสซี่ โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อดูจากภาพดีไซน์ที่หลุดออกมา

ทำให้รูปลักษณ์ออกไปในลักษณะที่คล้ายกับ Isuzu D-Maxย้อนกลับไปก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น Mazda เคยประกาศว่าจะมีการเปิดตัว Mazda BT-50 รุ่นใหม่ ภายในปีนี้ ซึ่งล่าสุดมีการอัปเดตว่าสามารถนำ Mazda BT-50 รุ่นใหม่ เข้าโชว์รูมได้เลยในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการระบาดด้วย

สำหรับ Mazda BT-50 ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2011 จากการร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Ford กับ Mazda โดยเป็นการแชร์เทคโนโลยีร่วมกันให้กับรถกระบะของแต่ละค่ายและผลิตจากโรงงานเดียวกันเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งก็คือโรงงานผลิตรถยนต์ AutoAlliance Thailand หรือ AAT ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม Easstern Seaboard จังหวัดระยอง นั่นเอง

และเมื่อปี 2019 Mazda ได้มีการเจรจายุติสายการผลิตรถกระบะร่วมกับ Ford ในรุ่น Ford Ranger ที่โรงงาน AAT โดยมีการวางแผนทุ่มงบกว่า 1 พันล้านบาทเข้าปรับปรุงโรงงาน และจะย้ายไปร่วมสายการผลิตกับ Isuzu D-Max อีกด้วยสาเหตุที่ Mazda ยอมจบความสัมพันธ์ในฐานะพาร์ตเนอร์กับ Ford ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 48 ปี (เฉพาะในส่วนของรถกระบะ 9 ปี) มาจากความต้องการที่จะเปลี่ยนระบบ Infotainment, กระจังหน้า และกันชนทั้งหมด เพื่อเร่งให้ทันการเปิดตัวของ Isuzu D-Max ในต่างประเทศอย่างในออสเตรเลีย ขณะที่ Ford Ranger ไม่มีแผนการจะเปิดตลาดกระบะรุ่นใหม่แต่อย่างใดในปี 2020และนี่คือสาเหตุที่ BT-50 ตัวใหม่ อาจจะมีความคล้ายกับ D-Max เพื่อนใหม่ในโรงงานเดิม ทั้งในเรื่องของโครงสร้างและเทคโนโลยีภายในบางอย่างด้วย แม้แต่เทคโนโลยี MZD Connect ของ Mazda ก็อาจจะไม่ปรากฏอยู่ใน BT-50 ตัวใหม่ แต่อาจจะกลายเป็นอะไรที่คล้าย ๆ กับของ D-Max ก็ได้ในส่วนของเครื่องยนต์ อาจจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะมีความแตกต่างกันขนาดไหน เพราะช่วงเวลาของการเปิดตัวของ Mazda BT-50 ตัวใหม่ และ All New Isuzu D-Max ในต่างประเทศนั้นอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux ที่ยังซุ่มเงียบอยู่ และในปี 2021 ก็จะถึงคิวของ Ford Ranger เพื่อนเก่า ออกมาทำตลาดบ้าง ซึ่งอาจจะบอกได้ว่าถ้าสร้างความแตกต่างไม่ได้ งานนี้ Mazda เหนื่อยแน่นอน..