ข่าวรถยนต์ข่าวไวรู้ก่อนใครติดตามได้เลย

ข่าวรถมอเตอร์ไซค์

Pursang E-Track มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า รุ่นใหม่ที่ค่ายรถมอเตอร์ครอสในตำนานจากสเปน

Pursang E-Track มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า แนวคิดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนรักการขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

Pursang E-Track มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

แบรนด์ผู้ผลิตรถมอเตอร์ครอสสัญชาติสเปน Pursang วางกำหนดการเริ่มปล่อย 2 มอเตอร์ไซต์วิบากพลังงานไฟฟ้าใหม่ Pursang E-Track ในปี 2020 และ Pursang E-Street ในปี 2021 บนแนวคิดรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าเพื่อคนรักการขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า

Pursang Motorcycles เคยเปิดตัวมอเตอร์ไซค์วิบากสู่ตลาดครั้งแรกในปี 1967 และหยุดการผลิตในปี 1984 แต่ก็ได้รับการยกย่องให้ตำนานสำหรับแฟน ๆ มอเตอร์ครอสทั่วโลก ล่าสุดบริษัทได้ตั้งเป้าหมายที่จะรื้อฟื้นตำนานให้กลับมาผงาดอีก โดยนำโมเดลเก่ามาปรับให้เข้ากับเทคโนโลยีใหม่ ๆ และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าเพื่อไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม

Pursang E-Track 2020
Pursang E-Track มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าที่ใช้วัสดุหลักเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ ขับเคลื่อนโดยมอเตอร์ Bosch 11KW (กิโลวัตต์) สามารถทำความเร็วได้สูงสุด 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง พร้อมแบตเตอรี่ 48V ทั้งหมด 3 ก้อน ให้ความจุพลังงานรวม 7.2kWh วิ่งได้ระยะทางไกลกว่า 140 กิโลเมตร ซึ่งรุ่นนี้จะต้องชาร์จไฟกับตัวรถเท่านั้น เนื่องจากแบตเตอรี่ไม่สามารถถอดออกได้

โดย E-Track จะเริ่มส่งมอบครั้งแรกจำนวน 60 คัน ในเดือนพฤษภาคม 2020 ราคาถูกตั้งไว้ที่ 13,700 ยูโร หรือประมาณ 470,000 บาท
Pursang E-Street 2021
ทางด้าน Pursang E-Street ซึ่งเป็นรุ่นทั่วไป จะมีพลังขับเคลื่อนน้อยกว่าเพราะใช้แค่มอเตอร์ Bosch 8KW รีดความเร็วได้มากสุด 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ติดตั้งแบตเตอรี่ 48V จำนวน 2 ก้อน ความจุรวม 3.2kWh วิ่งได้ระยะไกลถึง 100 กิโลเมตร แต่มีข้อดีอยู่ที่แบตเตอรี่สามารถถอดออกเพื่อนำไปชาร์จไฟที่ไหนก็ได้ ช่วยให้สะดวกสบายมากขึ้น

สำหรับรุ่น E-Street คาดว่าจะปล่อยสู่ตลาดจริง ๆ ในปี 2021 ส่วนราคาอยู่ที่ 9,700 ยูโร หรือประมาณ 333,000 บาท
ต้องบอกว่าเทรนด์มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้ากำลังมาแรงมาก ๆ เพราะผู้ผลิตหลายใหญ่ก็เริ่มให้ความสนใจและเตรียมปล่อยตัว EV ออกมาเช่นกัน อาทิ Harley-Davidson LiveWire 2020 และ Damon Hypersport ส่วนบ้านเราคงต้องติดตามกันต่อไป ว่าในอนาคตจะมีโอกาสได้สัมผัสมอเตอร์ไซค์พลังงานไฟฟ้าสักรุ่นหรือไม่

เปิดตัวใหม่ All-new Honda CR-V Hybrid 2020

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวใหม่ All-new Honda CR-V Hybrid 2020 ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อทั้งหมด มาพร้อมมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว

เปิดตัวใหม่ All-new Honda CR-V Hybrid 2020 เปิดขายแล้ว ราคาเริ่มต้นที่ 9.09 แสนบาท

เปิดตัวใหม่ All-new Honda CR-V Hybrid 2020

หลังจาก Honda เปิดตัว All-new CR-V Hybrid ไปเมื่อเดือนตุลาคม 2019 ในที่สุดก็ได้ฤกษ์ปล่อยจำหน่ายอย่างเป็นทางการแล้วในเดือนนี้ ซึ่งนับเป็นรถยนต์คอมแพกต์เอสยูวีไฮบริดคันแรกของญี่ปุ่นที่เข้ามาทำตลาดในประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 9.09 แสนบาท

Honda CR-V Hybrid 2020 ทั้งหมดจะมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบใหม่ คล้ายกับที่ใช้ใน Honda Accord Hybrid อย่างไรก็ตามระบบไฮบริด 2 มอเตอร์ของ Honda CR-V มีช่วงการทำงานของแบตเตอรี่ที่สูงขึ้น จึงสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้นานกว่าไฮบริดรุ่นก่อน ๆ ของค่าย
ด้านขุมพลังของ Honda CR-V Hybrid ใช้เครื่องยนต์เบนซิน DOHC i-VTEC Atkinson Cycle ขนาด 2.0 ลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ผลิตกำลังได้สูงสุด 212 แรงม้า โดยทางสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐอเมริกา (EPA) ประเมินอัตราการประหยัดน้ำมันไว้ที่ 40mpg (17 กิโลเมตร/ลิตร) เมื่อวิ่งในเมือง, 35mpg (14.8 กิโลเมตร/ลิตร) สำหรับวิ่งบนทางหลวง และค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ 38mpg (16.1 กิโลเมตร/ลิตร)

ในส่วนรูปลักษณ์ได้รับการปรับดีไซน์รอบคัน ภายนอกเปลี่ยนโลโก้ตัว H เป็นกรอบสีฟ้า มีป้าย Hybrid ติดอยู่ที่กันชนด้านหน้าและประตูหลัง ส่วนของกระจังหน้าใหม่ ไฟตัดหมอก 5 หลอด กันชนท้ายและท่อไอเสียออกแบบใหม่ ด้านในห้องโดยสารติดตั้งมาตรวัดแบบดิจิทัล หน้าจอแสดงผลที่สามารถบอกข้อมูลระบบไฮบริด ทั้งระดับพลังงานและระบบช่วยเบรกด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า พร้อมเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่แบบใหม่ Honda Sensing ที่มีระบบปรับโหมดอัตโนมัติระหว่าง EV Drive, Hybrid Drive และ Engine Drive โดยเลือกให้เหมาะสมกับสภาพถนน
All-new Honda CR-V Hybrid 2020 เปิดจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาแล้ว ทั้งหมด 4 รุ่นย่อยด้วยกัน ได้แก่

Honda CR-V Hybrid LX ราคา 28,870 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 909,000 บาท

Honda CR-V Hybrid EX ราคา 31,380 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 989,000 บาท

Honda CR-V Hybrid EX-L ราคา 33,870 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,066,000 บาท

Honda CR-V Hybrid Touring ราคา 37,070 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,167,000 บาท

อย่างไรก็ตามประเทศไทยมีความเป็นไปได้ว่า All-new Honda CR-V 2020 จะถูกนำเข้ามาจำหน่ายในเร็ว ๆ นี้เช่นกัน แต่ต้องรอลุ้นว่าตัวไฮบริดจะเข้ามาด้วยหรือไม่ ซึ่งงรุ่นย่อยที่ไม่ใช่ไฮบริดจะกลายเป็นเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรเทอร์โบ เข้ามาแทน ชนกับ New MG HS แบบจัง ๆ คงต้องจับตาดูกันต่อครับว่ารถคอมแพกต์เอสยูวีของค่ายไหน จะพัฒนาออกมาได้ตอบโจทย์กลุ่มผู้ขับขี่ในบ้านเราได้มากที่สุด

ภาพจาก : automobiles.honda.com

ข้อมูลจาก : hotcars.com, caranddriver.com

ข่าวรถยนต์

สื่อออสเตรเลีย วิจารณ์ Mazda BT-50 รถกระบะจาก Mazda ที่กำลังจะเปิดตัวเร็วๆ นี้

สื่อออสเตรเลีย วิจารณ์ Mazda BT-50 รูปร่างหน้าตาออกแนวคล้าย Isuzu D-Max และยังใช้เทคโนโลยีแบบเดียวกันอีกด้วย

สื่อออสเตรเลีย วิจารณ์ Mazda BT-50

caradvice.com เว็บไซต์รถยนต์ในออสเตรเลีย รายงานข่าวเกี่ยวกับ Mazda BT-50 รถกระบะจาก Mazda ที่กำลังจะเปิดตัวโฉมใหม่ในแดนออสซี่ โดยวิพากษ์วิจารณ์ว่าเมื่อดูจากภาพดีไซน์ที่หลุดออกมา

ทำให้รูปลักษณ์ออกไปในลักษณะที่คล้ายกับ Isuzu D-Maxย้อนกลับไปก่อนที่จะมีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 นั้น Mazda เคยประกาศว่าจะมีการเปิดตัว Mazda BT-50 รุ่นใหม่ ภายในปีนี้ ซึ่งล่าสุดมีการอัปเดตว่าสามารถนำ Mazda BT-50 รุ่นใหม่ เข้าโชว์รูมได้เลยในเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้แต่ก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของการระบาดด้วย

สำหรับ Mazda BT-50 ได้ถือกำเนิดขึ้นเมื่อปี 2011 จากการร่วมมือกันพัฒนาระหว่าง Ford กับ Mazda โดยเป็นการแชร์เทคโนโลยีร่วมกันให้กับรถกระบะของแต่ละค่ายและผลิตจากโรงงานเดียวกันเพื่อเป็นการลดต้นทุนการผลิต ซึ่งก็คือโรงงานผลิตรถยนต์ AutoAlliance Thailand หรือ AAT ที่ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรม Easstern Seaboard จังหวัดระยอง นั่นเอง

และเมื่อปี 2019 Mazda ได้มีการเจรจายุติสายการผลิตรถกระบะร่วมกับ Ford ในรุ่น Ford Ranger ที่โรงงาน AAT โดยมีการวางแผนทุ่มงบกว่า 1 พันล้านบาทเข้าปรับปรุงโรงงาน และจะย้ายไปร่วมสายการผลิตกับ Isuzu D-Max อีกด้วยสาเหตุที่ Mazda ยอมจบความสัมพันธ์ในฐานะพาร์ตเนอร์กับ Ford ที่มีมาอย่างยาวนานกว่า 48 ปี (เฉพาะในส่วนของรถกระบะ 9 ปี) มาจากความต้องการที่จะเปลี่ยนระบบ Infotainment, กระจังหน้า และกันชนทั้งหมด เพื่อเร่งให้ทันการเปิดตัวของ Isuzu D-Max ในต่างประเทศอย่างในออสเตรเลีย ขณะที่ Ford Ranger ไม่มีแผนการจะเปิดตลาดกระบะรุ่นใหม่แต่อย่างใดในปี 2020และนี่คือสาเหตุที่ BT-50 ตัวใหม่ อาจจะมีความคล้ายกับ D-Max เพื่อนใหม่ในโรงงานเดิม ทั้งในเรื่องของโครงสร้างและเทคโนโลยีภายในบางอย่างด้วย แม้แต่เทคโนโลยี MZD Connect ของ Mazda ก็อาจจะไม่ปรากฏอยู่ใน BT-50 ตัวใหม่ แต่อาจจะกลายเป็นอะไรที่คล้าย ๆ กับของ D-Max ก็ได้ในส่วนของเครื่องยนต์ อาจจะต้องจับตาดูกันต่อไปว่าจะมีความแตกต่างกันขนาดไหน เพราะช่วงเวลาของการเปิดตัวของ Mazda BT-50 ตัวใหม่ และ All New Isuzu D-Max ในต่างประเทศนั้นอยู่ในช่วงเวลาเดียวกัน อีกทั้งยังมีคู่แข่งอย่าง Toyota Hilux ที่ยังซุ่มเงียบอยู่ และในปี 2021 ก็จะถึงคิวของ Ford Ranger เพื่อนเก่า ออกมาทำตลาดบ้าง ซึ่งอาจจะบอกได้ว่าถ้าสร้างความแตกต่างไม่ได้ งานนี้ Mazda เหนื่อยแน่นอน..

เปิดตัวใหม่ Toyota Harrier 2021

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวใหม่ Toyota Harrier 2021 หรือ Lexus RX จะเปิดตัวที่ประเทศญี่ปุ่นกลางปีนี้

เปิดตัวใหม่ Toyota Harrier 2021 มาพร้อมขุมพลังไฮบริด 2.5 และเบนซิน 2.0 ลิตร ส่วนราคายังไม่มีการเปิดเผย

เปิดตัวใหม่ Toyota Harrier 2021

หลังจาก Toyota Harrier ตำนานรถยนต์ครอสโอเวอร์สไตล์หรู (Urban SUV) กลับมาทำใหม่อีกครั้งในปี 2014 ซึ่งนับ ๆ

ดูก็ผ่านมา 6 ปีแล้ว ได้เวลาเปลี่ยนโฉมใหม่พอดิบพอดี ล่าสุดทาง Toyota ได้ปล่อยภาพโปรโตไทป์ Toyota Harrier 2021 โมเดลใหม่ออกมา พร้อมกำหนดเปิดตัวที่ ประเทศญี่ปุ่น ในเดือนมิถุนายน 2020 Toyota Harrier หรือหลายประเทศใช้ชื่อว่า Lexus RX เปิดตัวครั้งแรกในปี 1997 และได้กลายเป็นรุ่นบุกเบิกของรถครอสโอเวอร์สไตล์หรูในทันที จนกระทั่งปี 2008 Lexus ได้พัฒนารุ่น RX ขึ้นมาใหม่ แยกจากรุ่น Harrier อย่างชัดเจน ทำให้ทาง Toyota ถอดชื่อของ Harrier ออกในปี 2010 ก่อนจะนำเอาเอสยูวีแนวหรูกลับมาทำตลาดใหม่อีกครั้งเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ดีไซน์ภายนอกของ New Toyota Harrier 2021 ได้รับการออกแบบให้มีความสปอร์ตมากขึ้น ไฟหน้าเพรียวบางเป็นเอกลักษณ์ สอดคล้องกับกระจังหน้าใหม่ได้อย่างลงตัว ไฟท้ายเส้นบางเฉียบ และกระจังหลังที่ดูทันสมัยกว่าเดิม มาพร้อมหลังคาซันรูฟแบบพาโนรามาที่มีเทคโนโลยี Electro-Chromic ซึ่งสามารถปรับความทึบเพื่อลดการผ่านเข้ามาของแสงได้ และล้อมาตรฐาน 19 นิ้ว ภายในห้องโดยสาร Harrier ได้รับแรงบันดาลใจมาจากไม้กฤษณา โดยใช้วิธีห่อหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์สีน้ำตาลเข้มตัดกับสีดำให้ดูหรูหราตามคอนเซ็ปต์ สำหรับขุมพลังของ Toyota Harrier มีให้ 2 ทางเลือก ตัวแรกเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร ให้พลังสูงสุด 171 แรงม้า ที่ 6,600 รอบ/นาที และแรงบิด 207 นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT ส่วนอีกตัวเป็นเครื่องยนต์ไฮบริด (THS II) ขนาด 2.5 ลิตร ควบมอเตอร์ไฟฟ้า 1 หรือ 2 ตัวขึ้นอยู่กับระบบขับเคลื่อน โดยรุ่น FWD ทำกำลังได้สูงสุด 218 แรงม้า ส่วนรุ่น AWD จะแรงกว่าเล็กน้อยที่ 222 แรงม้า จับคู่เกียร์ทดรอบ (Reduction Gear) โดยทั้งหมดจะมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยขั้นสูง Toyota Safety Sense ทั้งนี้ ทาง Toyota คอนเฟิร์มแล้วว่า จะเปิดตัว New Toyota Harrier 2021 ที่ประเทศญี่ปุ่น ภายในเดือน มิถุนายน 2020 ซึ่งจะมีให้เลือกทั้งหมด 7 สี ส่วนราคายังไม่มีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ตาม ทาง Toyota เปิดเกมแรงปล่อย Harrier หรือ Lexus RX ออกมาแบบนี้ เห็นทีว่า Honda คงต้องเดินหน้า Honda Urban SUV Concept บ้างแล้ว ซึ่งต้องมาดูกันว่าในอนาคตรถเอสยูวีแนวหรูของค่ายไหน จะตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้มากที่สุด

Nissan Almera 2020 เปิดโฉมใหม่

ข่าวรถยนต์

Nissan Almera 2020 เปิดโฉมใหม่ ในสหรัฐฯ เริ่มวางจำหน่ายพร้อมประกาศราคาเริ่มต้นไม่ถูกเหมือนเคย

Nissan Almera 2020 เปิดโฉมใหม่ ส่วนไทยคาดว่าช่วงปลายปีนี้ไปจนถึงต้นปีหน้าน่าอาจมีความเคลื่อนไหวให้ได้รับทราบกัน

Nissan Almera 2020 เปิดโฉมใหม่

Nissan Almera หนึ่งในรถยนต์รุ่นสำคัญของ Nissan ประเทศไทย และยังเคยเป็นดาวเด่นกลุ่มอีโคคาร์ แม้ว่าตอนนี้กระแสจะเริ่มซาลงไปพอควรเพราะเป็นช่วงปลายอายุตลาดมาก ๆ เพราะ Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ ได้เปิดตัวไปแล้วภายใต้ชื่อ Nissan Versa 2020 สำหรับทำตลาดอเมริกาเหนือ ที่งาน New York Auto Show 2019 ช่วงกลางเดือนเมษายน พร้อมวางขายก่อนในราคาที่ไม่ต่ำเหมือนเคย

โดย Nissan Almera 2020 หรือ Nissan Versa 2020 ใหม่ ในอเมริกาเหนือ จะมีให้เลือก 3 เกรด ดังนี้S ราคา 14,730 ดอลลาร์ (4.53 แสนบาท)
SV ราคา 17,640 ดอลลาร์ (5.42 แสนบาท)
SR ราคา 18,240 ดอลลาร์ (5.60 แสนบาท)

ซึ่ง Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ มีราคาเริ่มต้น (รุ่นพื้นฐานเกียร์ธรรมดา) แพงขึ้นกว่าโฉมก่อนราว 2,000 ดอลลาร์ (ประมาณ 60,000 บาท) ถือว่าไม่น้อย เพราะเดิมทีเงินจำนวนเฉียด 15,000 ดอลลาร์ ต้องได้รุ่น S Plus เกียร์ XTRONIC CVT แล้ว หากเทียบกับตัวเลือกอื่น Nissan Almera 2020 มีราคาเริ่มต้นขยับขึ้นมาจนเกือบเท่า Honda Jazz 2019 ซึ่งสตาร์ตที่ 16,190 ดอลลาร์ (4.97 แสนบาท) ส่วน Toyota Yaris 2019 ตัวถังซีดาน (Mazda 2 ติดโลโก้ Toyota) ราคาเริ่ม 15,600 ดอลลาร์ (4.79 แสนบาท) เพียงแต่ Honda Jazz (Fit) 2019 และ Toyota Yaris 2019 สำหรับตลาดอเมริกาเหนือ ต่างใช้เครื่องยนต์เบนซิน ขนาดความจุ 1.5 ลิตร ส่วน Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ ยังเลือกใช้ ขนาด 1.6 ลิตร 122 แรงม้า และแรงบิด 154 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์ XTRONIC CVT ที่ Nissan จดสิทธิบัตรไว้ อย่างไรก็ตาม Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ เกรดพื้นฐานสุด มีการติดตั้งระบบหลีกเลี่ยงการชนด้านหน้า, ระบบแจ้งเตือนออกนอกช่องทางจราจร, ระบบลดไฟสูงอัตโนมัติ และระบบช่วยเบรกขณะถอยหลัง มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานนอกเหนือจากรายการอื่น ๆ เช่น ถุงลมนิรภัยรอบคัน อันนี้เหนือกว่าไทยเรามานานแล้ว สำหรับ Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ ในไทยแม้ดูจะเงียบ ๆ จนน่ากังวล แต่หากใครที่ติดตามการรายงานของสื่อต่างประเทศอยู่บ่อย ๆ อาจผ่านตาว่าโรงงานประกอบ Nissan ในอาเซียนอย่างที่มาเลเซีย (Edaran Tan Chong Motor หรือ ETCM) มีการกล่าวถึง Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ จะเปิดตัวในมาเลเซียปี 2020 ตามหลังไทยราว 6 เดือน นั่นหมายความว่ามีโอกาสเป็นไปได้สูงที่ Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ คงมีกำหนดเปิดตัวในไทยช่วงปลายปีนี้ถึงต้นปีหน้า อาจเป็นงานสำคัญใดสักงานก็ได้ เพราะคงมีหลายประเทศในอาเซียนต่อคิวที่จะเปิดตัวตามด้วยเช่นกัน และถ้าหากมองกันแค่ชื่อ Nissan Almera 2020 โฉมใหม่ (ไม่นับ Versa แม้ความจริงแล้วคือรุ่นเดียวกัน) อาจยังคงเลือกไทยเปิดตัวเป็นแห่งแรกเช่นเคย

Honda Jazz 2020 เปิดตัวใหม่

ข่าวรถยนต์

Honda Jazz 2020 เปิดตัวใหม่ ปรับดีไซน์ใหม่เน้นเรียบง่าย ด้วยแนวคิด emotional value

Honda Jazz 2020 เปิดตัวใหม่ มาพร้อมเครื่องยนต์ไฮบริดใหม่ e:HEV เปิดจำหน่ายที่ญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ

Honda Jazz 2020 เปิดตัวใหม่

ก่อนหน้านี้ Honda ได้เผยโฉมคันจริง All-new Fit หรือ All-new Honda Jazz 2020 รถแฮตช์แบ็กอเนกประสงค์ รถแฮตช์แบ็กอเนกประสงค์ อย่างเป็นทางการในงาน Tokyo Motor Show 2019 เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2019 โดยเวอร์ชั่นใหม่นี้นับเป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ของรถยนต์ ฮอนด้า แจ๊ส หลังจากเปิดตัวครั้งแรกตั้งแต่ปี 2001
โดยเวอร์ชั่นใหม่ของ Honda Jazz น่าจะบอกได้ว่าเป็นไปตามข้อมูลที่มีรายงานออกมาก่อนหน้านี้ มีรูปลักษณ์ที่เรียบง่ายกว่าเดิม ลดความรู้สึกสปอร์ตลง ซึ่ง ฮอนด้า ได้เปิดเผยถึงแนวคิดการพัฒนา Honda Jazz 2020 ว่ามุ่งหวังให้เป็นรถยนต์ที่สามารถสร้างมาตรฐานเป็นที่ยอมรับในระดับโลกสำหรับยุคใหม่ โดยให้ความสำคัญในเรื่องของ “emotional value” หรือคุณค่าทางความรู้สึก และคำนึงถึงความสะดวกสบาย 4 มิติที่จะมอบสู่ผู้ใช้ในชีวิตประจำวัน
All-new Honda Jazz 2020 เริ่มขายอย่างเป็นทางการในญี่ปุ่น
ล่าสุด ฮอนด้า ได้ประกาศเปิดจำหน่าย All-new Honda Fit หรือ Jazz ที่ประเทศญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2020 โดยตั้งเป้าไว้ที่ 10,000 คัน/เดือน ซึ่งจะมีขุมพลังให้เลือก 2 รูปแบบคือ e:HEV เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบขนาด 1.5 ลิตร DOHC i-VTEC ไฮบริดจับคู่มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว และ เครื่องยนต์เบนซิน 1.3 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมแบ่งเป็น 2 ระบบขับเคลื่อน FF และ 4WD

All-new Honda Jazz 2020 ราคาและรุ่นย่อย
Honda Jazz 2020 e:HEV 1.5L DOHCi-VTEC ราคาเริ่มต้นที่ 1,997,600 เยน หรือประมาณ 567,000 บาท
Honda Jazz 2020 1.3L DOHCi-VTEC ราคาเริ่มต้นที่ 1,557,600 เยน หรือประมาณ 442,000 บาท

All-new Honda Jazz 2020 – 4 มิติของความสะดวกสบาย
Comfortable view : การออกแบบโครงสร้างตัวถังใหม่ทำให้เสา A (เสาที่เชื่อมระหว่างตัวถังและหลังคาส่วนหน้า) มีระยะที่กว้างขึ้นเมื่อเทียบกับในรถยนต์ Honda Jazz รุ่นก่อนหน้า เพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ และยังมีผลต่อการช่วยกระจายแรงกระแทกได้มากขึ้น เพิ่มระดับการป้องกันเมื่อเกิดอุบัติเหตุ Ride comfort : การขับขี่ได้อย่างนุ่มนวล ด้วยเครื่องยนต์ไฮบริดใหม่ e:HEV โดย ฮอนด้า ระบุว่า Honda Jazz 2020 จะมีระบบเครื่องยนต์ที่ให้ขีดความสามารถดีเยี่ยมทั้งในด้านของการให้พลังในการขับขี่ และคุณภาพการรักษาส่งแวดล้อม Usability : นอกจากจะคงไว้ซึ่งห้องโดยสารที่ถูกออกแบบให้มีความกว้างไม่ต่างจากเวอร์ชั่นก่อน ๆ แล้ว Honda Jazz 2020 ยังได้ปรับเพิ่มในเรื่องของประโยชน์ใช้สอยให้เพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้ในแต่ละวันด้วย

All-new Honda Jazz 2020 – ระบบความปลอดภัยและเทคโนโลยีช่วยขับขี่
แน่นอนว่า Honda Jazz 2020 มาพร้อมกับ Honda SENSING ที่คราวนี้ได้รวมเอากล้องหน้ารถแบบ wide view camera ที่จะมาทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์หน้า-หลังทั้ง 8 จุด มีระบบช่วยเบรกรุ่นใหม่ ซึ่งทั้งหมดนี้จะถูกติดตั้งมาเป็นฟังก์ชันมาตรฐานสำหรับทุกรุ่นย่อยด้วย
All-new Honda Jazz 2020 – ระบบการเชื่อมต่อ
ฮอนด้า ระบุว่า Honda Jazz 2020 จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่ถูกติดตั้งระบบ Honda CONNECT มาพร้อมกับตัวรถซึ่งจะรองรับการใช้งานในหลาย ๆ ฟังก์ชัน เช่น การควบคุมรถผ่านสมาร์ตโฟน หรือระบบช่วยเหลือฉุกเฉิน
All-new Honda Jazz 2020 – 5 รุ่นย่อย
ตามที่ระบุไว้ว่า Honda Jazz 2020 ถูกออกแบบโดยคำนึงถึงคุณค่าทางความรู้สึก จึงนำไปสู่การแบ่งรุ่นย่อยออกเป็น 5 แบบตามคาแรกเตอร์หรือบุคลิกษณะที่แตกต่างกัน
BASIC : แบบมาตรฐานที่เน้นในเรื่องของคุณภาพทั้งการออกแบบที่เรียบง่าย และการใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย

เปิดตัวใหม่ All-new BMW X6 2020

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวใหม่ All-new BMW X6 2020 รถครอสโอเวอร์รุ่นสำคัญที่นับว่าเป็น Trend Setter สามารถเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับรถ

เปิดตัวใหม่ All-new BMW X6 2020 กับดีไซน์ใหม่ที่กร้าวใจขึ้นบนทรวดทรงเดิม ลดความวุ่นวายของสันกลีบตัวถัง

เปิดตัวใหม่ All-new BMW X6 2020

เปิดตัวเรียบร้อยแล้วสำหรับ All-new BMW X6 2020 (G06) รถครอสโอเวอร์รุ่นสำคัญที่นับว่าเป็น Trend Setter สามารถเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับรถ SUV ด้วยแนวหลังคาลาดแบบรถ Coupe ได้สำเร็จ

แม้ก่อนหน้าจะมีรถอเมริกันอย่าง AMC Eagle SX4 วางจำหน่ายมาตั้งแต่ต้นยุค 80 แล้ว ซึ่ง BMW มีชื่อเรียกเฉพาะรถกลุ่มนี้เป็นของตนเองว่า Sport Activity Coupe แต่ประเด็นคือตอนนี้ All-new BMW X6 2020 จะยังคงความน่าสนใจอยู่หรือเปล่า All-new BMW X6 2020 กับดีไซน์ใหม่ที่กร้าวใจขึ้นบนทรวดทรงเดิม ลดความวุ่นวายของสันกลีบตัวถัง เน้นความล่ำสันของพื้นผิวเพื่อช่วยให้รถมีคาแรกเตอร์ที่ทรงพลัง ส่วนขนาดตัวถังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในทุกมิติยกเว้นความสูง เตี้ยลงเกือบ 1 นิ้ว โดยหวังผลในแง่อากาศพลศาสตร์และการบังคับควบคุมที่ไวขึ้นจากจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง รวมถึงลูกเล่นใหม่ “กระจังหน้าทรงใหม่เรืองแสงได้” เป็น Presentation ให้ All-new BMW X6 2020 ดูหวือหวาขึ้น ยามล็อกหรือปลดล็อกประตู (หรือสั่งเปิด-ปิดไฟ Illumination นี้เองก็ได้) มีล้ออัลลอย ขนาด 20 นิ้ว เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน และเตรียมขนาด 21-22 นิ้ว ไว้ให้สั่งอัปเกรดเพิ่มได้ในรายการออปชั่น ปิดท้ายด้วยไฟ LED ทรง L-Shaped แนวนอน เล่นทรีตเมนต์เส้นไฟแบบบางบิดเป็นริบบิ้นเพิ่มความโมเดิร์นแปลกตา All-new BMW X6 2020 การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มากพอ จนน่ารอหรือเปล่า 37,781อ่าน 172 All-new BMW X6 2020 เจเนอเรชั่นที่ 3 (G06) พร้อมวางจำหน่ายโลกเดือนพฤศจิกายน 2562 ราคาเริ่มต้นสำหรับ BMW X6 sDrive40i ในสหรัฐฯ จะเท่าเดิมที่ 64,300 ดอลลาร์ ส่วนไทยคาดเปิดตัวปีหน้า All-new BMW X6 2020 เปิดตัวเรียบร้อยแล้วสำหรับ All-new BMW X6 2020 (G06) รถครอสโอเวอร์รุ่นสำคัญที่นับว่าเป็น Trend Setter สามารถเปิดพื้นที่ใหม่ให้กับรถ SUV ด้วยแนวหลังคาลาดแบบรถ Coupe ได้สำเร็จ แม้ก่อนหน้าจะมีรถอเมริกันอย่าง AMC Eagle SX4 วางจำหน่ายมาตั้งแต่ต้นยุค 80 แล้ว ซึ่ง BMW มีชื่อเรียกเฉพาะรถกลุ่มนี้เป็นของตนเองว่า Sport Activity Coupe แต่ประเด็นคือตอนนี้ All-new BMW X6 2020 จะยังคงความน่าสนใจอยู่หรือเปล่า All-new BMW X6 2020 กับดีไซน์ใหม่ที่กร้าวใจขึ้นบนทรวดทรงเดิม ลดความวุ่นวายของสันกลีบตัวถัง เน้นความล่ำสันของพื้นผิวเพื่อช่วยให้รถมีคาแรกเตอร์ที่ทรงพลัง ส่วนขนาดตัวถังเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในทุกมิติยกเว้นความสูง เตี้ยลงเกือบ 1 นิ้ว โดยหวังผลในแง่อากาศพลศาสตร์และการบังคับควบคุมที่ไวขึ้นจากจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง

 …

เปิดตัวใหม่ Suzuki Ciaz

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวใหม่ Suzuki Ciaz อีโคคาร์แนวสปอร์ตซีดาน ราคาเริ่มต้น 5.23 แสนบาท

เปิดตัวใหม่ Suzuki Ciaz รุ่นใหม่ New Suzuki Ciaz ที่มาในรูปโฉมแนวสปอร์ตซีดาน ภายใต้แนวคิดสัมผัสใหม่สบายทุกมิติ

เปิดตัวใหม่ Suzuki Ciaz

แม้ว่าสถานการณ์ของโคโรนาไวรัสจะส่งผลเป็นอย่างมากต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ทั้งในและต่างประเทศ จนถึงขนาดที่งาน มอเตอร์โชว์ 2020 ยังต้องประกาศเลื่อนออกไปอย่างน่าเสียดาย แต่ในเรื่องของการขายก็ยังสามารถดำเนินต่อไปได้ Suzuki จึงได้เปิดตัว New Suzuki Ciaz อีโคคาร์รุ่นล่าสุดออกมาสู่ตลาดพร้อมให้จับจองกันแล้วในตอนนี้

รูปลักษณ์ภายนอก New Suzuki Ciaz
มิติของรถกว้าง 1,730 มม. ยาว 4,490 มม. สูง 1,475 มม. ความกว้างฐานล้อ 2,650 มม.
ออกแบบทุกรายละเอียดตามหลักแอโรไดนามิก ลู่ลม แรงเสียดทานต่ำ เพิ่มสมรรถนะการขับขี่และประหยัดน้ำมัน กระจังหน้าใหม่สไตล์สปอร์ตที่เป็นเอกลักษณ์กลมกลืนกับไฟหน้าได้อย่างลงตัว ไฟหน้าโปรเจกเตอร์ LED พร้อมไฟหรี่แบบ LED ดีไซน์พิเศษ ชุดแต่งสไตล์สปอร์ตรอบคันพร้อมสปอยเลอร์หลังไดนามิก สปอร์ต Emblem RS สะท้อนความเหนือขั้นด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัว

จุดเด่นของ New Suzuki Ciaz
คอนโซลหน้าดีไซน์สปอร์ตที่ออกแบบให้ผายออกเพื่อเพิ่มมิติความกว้างของห้องโดยสาร
พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง และสั่งการโทรศัพท์บนพวงมาลัยมาตรวัดสไตล์สปอร์ต Suzuki Smart Connect เชื่อมต่อทุกความบันเทิงด้วยจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อ Bluetooth และระบบนำทาง รองรับการเชื่อมต่อสมาร์ตโฟน Apple CarPlayเบาะหนังคุณภาพสูง สบายตลอดการเดินทางด้วยการออกแบบให้โอบกระชับรับกับสรีระ ช่องปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง เย็นสบายทั่วถึงในทุกพื้นที่
ช่องวางเครื่องดื่มมากถึง 8 ตำแหน่ง ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ให้ความสะดวกสบายยิ่งกว่า
พื้นที่เก็บสัมภาระท้ายรถ รองรับทุกการเดินทางได้อย่างลงตัวกับพื้นที่เก็บสัมภาระกว้างถึง 565 ลิตร

สมรรถนะและระบบต่าง ๆ ของ New Suzuki Ciaz
เครื่องยนต์ K12B 4 สูบ 16 วาล์ว ความจุ 1,242 ซี.ซี. 91 แรงม้า แรงบิด 118 นิวตันเมตรที่ 4,800 รอบต่อนาที เกียร์ 5 สปีด โดยในรุ่น GL จะมีทั้งแบบธรรมดาและ CVT อัตโนมัติ ส่วนรุ่น GLX และ RS จะเป็น CVT อัตโนมัติ เพียงอย่างเดียว ระบบเบรก ABS/EBD เพิ่มประสิทธิภาพการเบรก เซ็นเซอร์ถอยหลังพร้อมสัญญาณเตือน ช่วยกะระยะถอยหลังได้อย่างแม่นยำ เพิ่มความปลอดภัยในการถอยจอดให้เป็นไปอย่างง่ายดาย
SRS ระบบ NVH ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก และลดแรงสั่นสะเทือน กุญแจนิรภัย Immobilizer ป้องกันการโจรกรรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึง Keyless Entry และ Keyless Push Start

สำหรับในส่วนของราคาเริ่มต้นในรุ่น GL จะอยู่ที่ 5.23 แสนบาท และในตัวท็อปรุ่น RS จะอยู่ที่ 6.75 แสนบาท มาด้วยกัน 5 สีให้เลือกได้แก่ ขาว, แดง, เทาอ่อน, เทาเข้ม และดำ พร้อมวางจำหน่ายแล้ว แน่นอนว่าราคาดูแล้วสบายกระเป๋า แต่ถ้ายังลังเลอยู่อาจจะรอดู Honda ที่มีข่าวลือว่าจะมี City 5 ประตูออกมาอีกคันก่อนก็ได้

เปิดตัวใหม่ Toyota GR Yaris 2020

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวใหม่ Toyota GR Yaris 2020 ปรากฏตัวครั้งแรกในงาน Tokyo Auto Salon

เปิดตัวใหม่ Toyota GR Yaris 2020 ออกแบบใหม่เหลือ 3 ประตู เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ แรงสูง 230kph คาดราคาเริ่มต้น 1 ล้านนิด ๆ 

เปิดตัวใหม่ Toyota GR Yaris 2020

Toyota GR Yaris 2020 เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วที่งาน Tokyo Auto Salon 2020 ประเทศญี่ปุ่น โดยใช้รูปแบบการผลิตและชิ้นส่วนร่วมกันกับรถแข่ง World Rally Championship (WRC)

รวมถึงระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบที่ให้พละกำลังได้มากกว่า Yaris GRMN เวอร์ชั่นยุโรป และเร็วกว่าคู่แข่งอย่าง Ford Fiesta ST กับ Volkswagen Polo GTI

สำหรับ Toyota Yaris 2020 Hatchback ปกติจะมี 5 ประตู แต่รุ่น GR หรือ Gazoo Racing ที่เปิดตัวล่าสุดได้รับการออกแบบใหม่ให้เหลือ 3 ประตู ตัวฝากระโปรงกับประตูเป็นอะลูเนียม ส่วนหลังคาผลิตจากโพลีเมอร์คาร์บอนไฟเบอร์ ช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังกว้างขึ้น แนวหลังคาถูกลดลงประมาณ 3 นิ้ว เพื่อให้มีสมรรถนะที่ดีขึ้นตามหลักอากาศพลศาสตร์ ด้านขุมพลังเดิมทีใช้เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร 4 สูบ ส่วนรุ่น GR Yaris 2020 วางเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด ให้พละกำลังได้มากถึง 257 แรงม้า ที่แรงบิด 360 นิวตัน-เมตร อัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง อยู่ที่ประมาณ 5.5 วินาที เหยียบได้มิดสุด 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง Toyota GR Yaris 2020 มาพร้อมโหมดการขับขี่ 3 แบบ Normal, Sport และ Track โดยโหมดปกติจะกระจายแรงบิดด้านหน้าและด้านหลังในอัตราส่วน 60 : 40 แต่โหมดสปอร์ตจะเปลี่ยนเป็น 30 : 70 ในขณะที่โหมดแข่งขันจะแบ่งเท่า ๆ กันที่ 50 อย่างไรก็ตามยังไม่มีการเปิดเผย ราคา Toyota GR Yaris 2020 ออกมาเป็นที่แน่ชัด แต่สื่อต่างประเทศคาดเดาว่ารุ่นเริ่มต้นจะอยู่ที่ 36,100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1.09 ล้านบาท และตัวท็อปสุดราคา 41,600 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว ๆ 1.25 ล้านบาท ขณะเดียวกันภายในงาน Tokyo Ato Salon 2020 ได้มีการเปิดตัว Honda Fit หรือ Honda Jazz 2020 ชุดแต่ง Modulo X แนวสปอร์ตใหม่ด้วย แม้คอนเซ็ปต์ของรถจะต่างกัน แต่นับว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

เปิดตัวใหม่ Isuzu MU-X The New ONYX

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวใหม่ Isuzu MU-X The New ONYX 2020 รถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง

เปิดตัวใหม่ Isuzu MU-X The New ONYX ตรียมเปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2563

เปิดตัวใหม่ Isuzu MU-X The New ONYX

Isuzu MU-X The New ONYX 2020 ดีไซน์ภายนอก
โฉมนอกมาในดีไซน์ The Absolute ONYX Edition รอบคัน ตกแต่งด้วยกันชนหน้าและกันชนหลังแนวสปอร์ต มาพร้อม กระจังหน้า โคมไฟหน้า ประตูท้ายสี Black Chrome ไฟหน้า Bi-LED ไฟหลังเป็น LED รมดำ ล้ออัลลอย 18 นิ้วสีทูโทน และแร็คหลังคาสไตล์สปอร์ต Isuzu MU-X The New ONYX 2020 ภายในห้องโดยสาร ด้านในห้องโดยสารมีทั้งหมด 7 ที่นั่ง ตัวเบาะเป็น Cool max ที่ใช้วัสดุลดการสะสมความร้อน คอนโซลกลางดีไซน์ใหม่สี Piano Black ติดตั้งระบบความบันเทิง Isuzu iConnect หน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนทั้งระบบไร้สาย และ USB มีช่องชาร์จไฟทั้งข้างหน้าและข้างหลัง

เครื่องยนต์และสมรรถนะของ Isuzu MU-X The New ONYX 2020
ช่วงล่าง Isuzu MU-X ONYX 2020 เป็นแบบ 5-Link Suspension ซึ่งให้เรื่องการทรงตัวและยึดเกาะติดถนน ด้านเครื่องยนต์มีให้เลือก 2 รุ่น จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติระบบ Rev Tronic 6 สปีด เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.9 ลิตร Ddi Blue Power 150 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,600 รอบ/นาที เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 3.0 ลิตร Ddi Blue Power 177 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตัน-เมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที

เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย Isuzu MU-X The New ONYX 2020
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลดชัน HDC
ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HSA
ระบบระบายความร้อนดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ
ระบบป้องกันการล็อกล้อขณะเบรก ABS
ระบบกระจายแรงเบรก EBD
ระบบเสริมแรงเบรกกระทันหัน BA
ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีขณะออกตัว TCS
ระบบลดกำลังเครื่องยนต์ เพื่อช่วยเบรก BOS
ถุงลมนิรภัย 6 ตำแหน่ง
จุดยึดเบาะนั่งสำหรับเด็ก
กล้องมองหลังขณะถอยจอด

Isuzu MU-X The New ONYX 2020 ราคา
Isuzu MU-X รุ่น 4×2 1.9 Ddi DA DVD NAVI A/T The New ONYX ราคา 1,364,000 บาท (สีขาวมุก ราคา 1,376,000 บาท)
Isuzu MU-X รุ่น 4×2 3.0 Ddi DA DVD NAVI A/T The New ONYX ราคา 1,409,000 บาท (สีขาวมุก ราคา 1,421,000 บาท)อย่างไรก็ตามในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ PPV 7 นั่ง จะเห็นว่า Isuzu MU-X The New ONYX 2020 วางเครื่องยนต์มาในขนาด 1.9 กับ 3.0 ซึ่งไม่ตรงกับทาง Toyota Fortuner และ Mitsubishi Pajero Sport ที่ติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 2.4 และ 2.8 คงต้องมาดูกันครับว่าเครื่องยนต์ สมรรถนะ และเทคโนโลยีของรถ PPV รุ่นไหนจะตอบโจทย์ผู้ขับขี่ได้มากที่สุด