ข่าวรถยนต์ข่าวไวรู้ก่อนใครติดตามได้เลย

เปิดตัวใหม่ All-new Toyota Yaris 2020

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวใหม่ All-new Toyota Yaris 2020 ครั้งแรกในโลก ที่กรุงโตเกียว ประเทศญีปุ่น

เปิดตัวใหม่ All-new Toyota Yaris 2020 โดยพร้อมที่จะให้สัมผัสได้จริง

เปิดตัวใหม่ All-new Toyota Yaris 2020

โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น เผยโฉมรถยนต์ Toyota Yaris โฉมใหม่ รุ่นปี 2020 ครั้งแรกในโลก ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น เมื่อวันพุธที่ 16 ตุลาคม 2562 โดยพร้อมที่จะอวดโฉมให้สัมผัสกับรถยนต์คันจริงในงาน โตเกียว มอเตอร์ โชว์ 2019 24 ต.ค.- 4 พ.ย. นี้ และเริ่มจำหน่ายในญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2020 เป็นต้นไป

การเปิดตัวโฉมใหม่ของ Toyota Yaris ในครั้งนี้นับเป็นการฉลองครบช่วงเวลาปีที่ 20 พอดีนับตั้งแต่รถยนต์ ยาริส ปรากฏตัวสู่สายตาชาวโลกครั้งแรกเมื่อปี 1999 และนี่คือเจนเนเรชั่นที่ 4 ของรถยนต์แฮทช์แบ็กรุ่นนี้ซึ่ง โตโยต้า น่าจะคาดหวังให้ประสบความสำเร็จในด้านการตอบรับจากผู้ใช้ต่อยอดจาก 3 เจนเนอเรชั่น ที่ผ่านมา

ไฮไลต์ของ All-new Toyota Yaris 2020 ก็คือการพัฒนาบนแพลตฟอร์มหรือสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA (Toyota New Global Platform) แบบ GA-B ซึ่งเป็นมาตรฐานสำหรับรถยนต์ในกลุ่ม compact car มีการออกแบบใหม่ทั้งเครื่องยนต์ระบบไฮบริดใหม่ ระบบเกียร์ ระบบกันสะเทือนช่วงล่าง ไล่ไปจนถึงส่วนของโครงสร้างตัวถังที่มีการลดระดับจุดศูนย์ถ่วงลง มีน้ำหนักเบากว่าเดิมซึ่งทั้งหมดนี้จะส่งผลต่อสมรรถนะของรถ และช่วยให้การควบคุมรถในขณะขับขี่ง่ายขึ้น

All-new Toyota Yaris 2020 เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง
ข้อมูลจาก โตโยต้า ระบุออกมาแล้วว่า Toyota Yaris 2020 จะมาพร้อมกับระบบเครื่องยนต์ 4 ทางเลือกคือ
เครื่องยนต์ 1.5 ลิตรแบบใหม่ ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Direct Shift-CVT เครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร เจนเนอเรชั่นใหม่ เครื่องยนต์ 1.5 ลิตร ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เครื่องยนต์ 1.0 ลิตรแบบใหม่ ขณะเดียวกัน โตโยต้า ยังระบุด้วยว่า Toyota Yaris 2020 รุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ 4WD จะเปิดตัวตามมาในช่วงเดือนเมษายน 2020 ส่วนระบบช่วงล่างของ Toyota Yaris 2020 ด้านหน้าใช้แบบ MacPherson Struts ด้านหลังเป็นแบบ Torsion Beam ยกเว้นรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ ปรับเป็นแบบ Double Wishbone Suspension

All-new Toyota Yaris 2020 บนแพลตฟอร์มใหม่ TNGA (GA-B)
Toyota Yaris 2020 จะเป็นรถยนต์รุ่นแรกที่พัฒนาบนแพลตฟอร์ม TNGA (GA-B) สถาปัตยกรรมยานยนต์ที่ถูกออกแบบสำหรับ compact car โดยเฉพาะ มีโครงสร้างตัวถังที่น้ำหนักเบาลงแต่แข็งแรงกว่าเดิม จุดศูนย์ถ่วงของรถต่ำลง 15 มิลลิเมตร ซึ่งส่งผลให้การควบคุมรถขณะขับขี่ทำได้นุ่มนวลมากขึ้น

All-new Toyota Yaris 2020 ดีไซน์ภายนอก
การออกแบบภายนอกของ Toyota Yaris 2020 มาในแนวคิด B-Dash!” Be bold, brisk, and beautiful มีความสวยสะดุดตา และพร้อมที่จะทยานสู่เบื้องหน้าเหมือนหัวกระสุน และมีการออกแบบส่วนไฟท้ายกับกระจกด้านหลังให้มีความโค้งสอดรับกันมากขึ้นเป็นลักษณะ 3 ทิศทาง

All-new Toyota Yaris 2020 ดีไซน์ภายใน
ภายในห้องโดยสารของ Toyota Yaris 2020 ออกแบบให้มีความรู้สึกสะดวกสบายยิ่งขึ้น และสิ่งที่น่าสนใจคือแนวคิด Eyes On the Road Concept ซึ่งมีการออกแบบแผงควบคุมและหน้าจอแสดงผลให้อยู่ในตำแหน่งที่ช่วยให้ผู้ขับละสายตาจากถนนน้อยลง ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุ
All-new Toyota Yaris 2020 ระบบความปลอดภัยและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

All-new Toyota Yaris รุ่นปี 2020 จะมาพร้อมกับระบบความปลอดภัยมาตรฐาน โตโยต้า Toyota Safety Sense เวอร์ชั่นล่าสุด โดยมีระบบช่วยเหลือต่าง ๆ เช่น

ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ แบบ full-speed range ป้องกันการชนรถด้านหน้า (Dynamic Radar Cruise Control)
ระบบหน่วงพวงมาลัยช่วยประคองรถให้อยู่ในช่องจราจร (Lane Tracing Assist)
ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Automatic High Beam – AHB)
ระบบแจ้งเตือนสัญญาณจราจร (Road Sign Assist – RSA)
ระบบช่วยจอดรถ (Advanced Park – ติดตั้งรุ่นแรกของ โตโยต้า ที่ได้ติดตั้งระบบนี้)

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่น ๆ
เบาะนั่งแบบ Turn Tilt Seats ช่วยให้เข้า-ออกจากรถง่ายขึ้น

ช่องชาร์จไฟ 1,500W

รองรับการเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto

นี่คือข้อมูลที่น่าสนใจของ All-new Toyota Yaris 2020 ซึ่งจะเปิดให้สัมผัสกับตัวจริงในช่วงปลายเดือนนี้ ก่อนวางจำหน่ายที่ญี่ปุ่นและประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกต่อไป ส่วนในประเทศไทยคาดกันว่า new Toyota Yaris ก็กำลังใกล้จะมีการปรับโฉมอีกครั้ง แต่คาดว่ายังไม่น่าจะเป็นโฉมใหม่ล่าสุดแบบเดียวกับที่จะเปิดตัวในญี่ปุ่น

ส่วนความเคลื่อนไหวของรถยนต์กลุ่ม B-Segment ในบ้านเราที่ถูกคาดหมายว่ากำลังจะเปิดตัวในช่วงปลายปีนี้ ก็มีทั้ง All-new Honda City กับ All New Nissan Almera ที่แว่ว ๆ มาว่าน่าจะได้เห็นกันก่อนงาน ไทยแลนด์ มอเตอร์ เอ็กซ์โป ปลายเดือนพ.ย. รวมถึง New Mazda 2 ไมเนอร์เชนจ์ ด้วย…

เปิดโฉมใหม่ Toyota C-HR 2020

ข่าวรถยนต์

เปิดโฉมใหม่ Toyota C-HR 2020 ในเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ปรับเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์ภายนอก

เปิดโฉมใหม่ Toyota C-HR 2020 เวอร์ชั่นจำหน่ายในยุโรปและสหรัฐฯ พร้อมกัน ปรับดีไซน์หน้า-ท้ายใหม่ เพิ่มฟีเจอร์การเชื่อมต่อ และฝั่งยุโรปวางเครื่องไฮบริดใหม่ 2.0 ลิตร

เปิดโฉมใหม่ Toyota C-HR 2020

หลังจากเปิดตัววางจำหน่ายในประเทศไทยตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี 2018 Toyota C-HR รถยนต์ซับคอมแพคท์ครอสโอเวอร์จากค่ายโตโยต้า ก็ได้เวลาปรับโฉมใหม่ในเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ โดยมีการเปิดเผยข้อมูลออกมาพร้อมกันทั้งจากโตโยต้าฝั่งยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งโฉมใหม่ในปี 2020 จะมีการปรับเปลี่ยนทั้งรูปลักษณ์ภายนอก ระบบเชื่อมต่อเพื่อความบันเทิง

และที่สำคัญคือมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของเครื่องยนต์ไฮบริดด้วยเว็บไซต์ โตโยต้า ทั้งในภูมิภาคยุโรปและในสหรัฐอเมริกาได้ปล่อยข้อมูลของ new Toyota C-HR ออกมาพร้อมกันเมื่อวันจันทร์ที่ 1 ตุลาคม 2562 โดยระบุถึงรายละเอียดการปรับโฉมใหม่หรือไมเจอร์เชนจ์ในปี 2020 นี้ และภาพของ new Toyota C-HR 2020 ที่โชว์ตัวรถในโทนสีแดงส้มใกล้เคียงกัน สำหรับรูปลักษณ์ภายนอกของ new C-HR ยังคงเน้นดีไซน์ที่มีกลิ่นอายของรถยนต์แบบคูเป้ตามแบบฉบับเหมือนเดิม โดยในฝั่งยุโรปมีการอัปเกรดตั้งแต่ในส่วนของไฟ เดย์ไทม์ รันนิ่ง ที่ถูกออกแบบใหม่ให้รวมเข้าไปอยู่ในกรอบโคมเดียวกันเหนือไฟหน้า ส่วนไฟท้ายมาการปรับแนวเส้นให้รับกับสปอยเลอร์หลังขณะที่ฝั่งสหรัฐฯ ก็มีการปรับดีไซน์ไล่ตั้งแต่ส่วนกระจังหน้า โคมไฟหน้า กันชน และสปอยเลอร์ โดยภาพที่ปล่อยออกมาทั้งของทางยุโรปและฝั่งอเมริกา new C-HR จะมาพร้อมกับล้อลายใหม่ด้วย อีกส่วนหนึ่งที่มีการปรับเปลี่ยนไปพร้อม ๆ กันก็คือระบบเชื่อมต่อเพื่อความบันเทิงแบบใหม่ โดย new C-HR 2020 จะรองรับการใช้งานทั้งกับ Apple CarPlay และที่เพิ่มขึ้นมาก็คือฟังก์ชันการเชื่อมต่อกับ Android Auto อย่างไรก็ตามสิ่งที่แตกต่างกันก็คือส่วนของตัวเครื่องยนต์ที่ new C-HR ฝั่งยุโรป จะมาพร้อมกับสองตัวเลือกคือ รุ่นไฮบริด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 184 แรงม้าที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ และรุ่นไฮบริด 1.8 ลิตร เดิมที่มีการปรับปรุงใหม่ให้กำลังสูงสุด 122 แรงม้าขณะที่ข้อมูลจากฝั่งสหรัฐฯ new C-HR จะยังไม่มีการปรับเปลี่ยนในส่วนของเครื่องยนต์ โดยยังใช้เครื่องไฮบริด 2.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 144 แรงม้าแบบเดิม ในส่วนของราคาขายนั้น เว็บไซต์รถยนต์ในต่างประเทศระบุว่า new C-HR 2020 ฝั่งยุโรปจะเริ่มต้นที่ 25,635 ปอนด์ (9.63 แสนบาท) ส่วนที่สหรัฐฯ ราคาจำหน่ายจะเริ่มต้นที่ 22,415 เหรียญสหรัฐ (6.87 แสนบาท) สำหรับในประเทศไทยมีความเป็นไปได้เช่นกันว่าเวอร์ชั่นไมเนอร์เชนจ์ อาจจะมาในอนาคตอันใกล้นี้ จากการที่ตลาดรถยนต์แบบครอสโอเวอร์ในบ้านเราอยู่ในช่วงที่ค่อนข้างคึกคักทีเดียว โดยมีทั้ง Honda HR-V ที่เพิ่งส่งตัวไมเนอร์เชนจ์มาเมื่อกลางปีนี้เช่นกัน และยังมี NEW MG HS กับ All New Chevrolet Captiva ที่เพิ่งเปิดตัวและทำราคาจำหน่ายมาเป็นตัวเลือกสำหรับผู้ใช้รถในกลุ่มเดียวกันด้วย…

เปิดตัวอลังการ New Toyota Corolla GR Sport

ข่าวรถยนต์

เปิดตัวอลังการ New Toyota Corolla GR Sport พละกำลังกว่า 250 แรงม้า อวดโฉมสู่สายตาทั่วโลก

เปิดตัวอลังการ New Toyota Corolla GR Sport ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบเทอร์โบ รีดพละกำลังได้มากกว่า 250 แรงม้า

 

เปิดตัวอลังการ New Toyota Corolla GR Sport    Toyota ได้ส่ง Corolla GR Sport อวดโฉมสู่สายตาทั่วโลกครั้งแรกที่งาน Geneva Motor Show 2019 โดยมาในลุคสปอร์ตรอบคัน กระจังหน้ารวงผึ้ง กระจกข้างกับหลังคาสีดำ

ไฟหน้า LED รมดำ ไฟตัดหมอก และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว มี 2 เครื่องยนต์ให้เลือกได้แก่ เครื่องยนต์เบนซิน 1.8 ลิตร Hybrid และ เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Hybrid กำลังรวม 180 แรงม้า ล่าสุดเว็บไซต์ Autoexpress รายงานว่า New Toyota GR Corolla Hatchback จะเปิดตัวในปี 2023 และจะติดตั้งเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร เทอร์โบชาร์จ จับคู่กับเกียร์ธรรมดา 6 สปีด เหมือนกันกับ Toyota GR Yaris 2020 โดยสามารถรีดพละกำลังได้สูงถึง 257 แรงม้า อย่างไรก็ตามมันยังไม่ชัดเจนว่า GR Corolla จะทำตัวเลขออกมาได้เท่ากันเป๊ะ ๆ หรือไม่ ต้องรอข้อมูลจำเพาะอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
ทั้งนี้ต้องมาดูกันว่า New Toyota Corolla GR Sport จะได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นรถแฮทช์แบ็คสมรรถนะสูงที่ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันแบบเดียวกับ Ford Focus ST และ Hyundai i30 N หรือจะมาแบบดุดันเต็มตัววัดกับ Honda Civic Type R ไปเลย…คาดเดายากมากเพราะมีแนวโน้มเป็นไปได้ทั้ง 2 ทาง…

Nikola Badger รถกระบะ

ข่าวรถยนต์

Nikola Badger รถกระบะ ไฟฟ้าจากค่ายผู้ผลิตรถบรรทุกพลังงานไฮโดรเจน

Nikola Badger รถกระบะ  เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูคล้ายรถหุ้มเกราะมากกว่ารถกระบะ และตอนนี้มีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ

Nikola Badger รถกระบะ

เราอาจจะเคยเห็นหน้าตาของ

ticket4you.org กันมาบ้างแล้วว่าเหนือจินตนาการขนาดที่เห็นแล้วคงคิดได้ว่า

นี่ไม่ใช่รถกระบะไฟฟ้าที่เราจะเป็นเจ้าของได้ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูคล้ายรถหุ้มเกราะมากกว่ารถกระบะ และตอนนี้มีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อปรากฏตัวแล้ว นั่นคือ Nikola Badger รถกระบะไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูสีกัน แต่มีรูปร่างหน้าตาที่ดูเป็นมิตรกว่ากันเยอะ
Nikola Badger
Nikola เป็นบริษัทผู้ผลิตรถบรรทุกที่มีชื่อเสียงในเรื่องเครื่องยนต์ไร้มลพิษหรือ zero-emission ด้วยการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง วันนี้ Nikola ตัดสินใจลงมาเล่นในตลาดรถกระบะโดยใช้ชื่อว่า Nikola Badger มีจุดเด่นเรื่องการใช้พลังานได้ 2 ระบบ คือ FCEV (Fuel-Cell Electric) ที่เป็นการใช้พลังงานร่วมกันระหว่างไฟฟ้ากับเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และ BEV (Battery-Electric) ที่เป็นไฟฟ้าล้วนนั่นเอง
Nikola Badger
รูปลักษณ์ภายนอก ตัวถังมีขนาดความกว้าง 2,180 มม. ความยาว 5,890 มม. สูง 1870 มม. ขุมพลัง 455 แรงม้า เร่งได้สูงสุด 906 แรงม้า แรงบิด 1329 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้ออิสระ (IWD) รองรับการลากจูงสูงสุด 3,630 กก. อัตราเร่ง 0-100 กม. ใน 2.9 วินาที แหล่งพลังงาน แบตเตอรี่ลิเธี่ยม-ไอออน 120 กิโลวัตต์ ไฮโดรเจน 8 กก. ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 965 กม.
Nikola Badger
ในส่วนของภายในห้องโดยสารยังไม่มีข้อมูลมากนัก ทราบเพียงแค่มี 5 ที่นั่ง นอกเหนือจากนี้ เราคงต้องรอติดตามในงาน Nikola World 2020 ช่วงเดือนกันยายนนี้ แล้วมารอดูกันว่า Nikola Badger จะงัดกระบวนท่าไหนมาสู้กับคู่แข่งอย่าง Tesla Cybertruck ที่มีรถตัวเป็น ๆ ออกมาวิ่งทดสอบกันแล้ว แต่ถ้ามองในแง่ของหน้าตา ถ้าไม่ถูกโฉลกกับ Cybertruck ก็อาจจะหลงรัก Badger เอาง่าย ๆ…

รถยนต์ All-new MG V80

ข่าวรถยนต์

รถยนต์ All-new MG V80 ดูจะไม่หวั่นกลัวกับการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดรถกระบะเมืองไทย

รถยนต์ All-new MG V80 พยายามขยายตลาดของตัวเองนอกเหนือจากรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มาทางกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์

รถยนต์ All-new MG V80

น่าจับตาอย่างที่สุด เมื่อ MG ประเทศไทย พยายามขยายตลาดของตัวเองนอกเหนือจากรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มาทางกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเริ่มแล้วจาก All-new MG V80 เมื่อช่วงต้นปี และในครึ่งหลังของปี 2562 ตลาดรถกระบะเมืองไทยน่าจะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งคงเปิดตัวภายใต้ชื่อ MG T60 ไม่ก็ MG T70 หากเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์แล้ว โดย MG T60 ปี 2019 ของ MG ประเทศไทย คาดว่าจะมาพร้อมดีไซน์เดียวกับ Maxus T60 ซึ่งเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ ขณะที่จุดอื่นก็ไม่ได้ แหวก แปลก หรือมีบุคลิกแตกต่างไปจากรถกระบะคู่แข่งในไทยนัก เว้นเสียแต่กันชนท้ายออกแบบให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของตัวถัง แต่สิ่งที่น่าสนใจและน่าลุ้นของ MG T60 ปี 2019 อาจเป็นเรื่องของอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ
ระบบเตือนรถออกนอกช่องทางจราจร (LDW)
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VDC)
ระบบช่วยเบรก Hydraulic Break Assist (HBA) เมื่ออยู่เหนือการควบคุม เช่น บนถนนลื่น
ระบบ ESP 9.1 ของ Bosch ที่ทำงานร่วมกับหลายระบบ ทั้ง ABS, EBD, BAS, HBA และ TCS เพื่อให้รถเข้าโค้งได้อย่างมั่นคง มีเสถียรภาพ
ถุงลมนิรภัย 6 จุด
กล้องมองภาพ 360 องศา
ส่วนขุมพลังของ MG T60 ปี 2019 คงเป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 2.8 ลิตร เทอร์โบแปรผัน VGT ให้กำลังสูงสุดได้ 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ให้เลือก ขณะที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เลือกโหมดการทำงานได้ 5 รูปแบบ ตามสถานการณ์ แต่หาก MG ประเทศไทย จัดรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของ MG T60 ที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อ MG T70 ซึ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ เมื่อเดือนเมษายน 2562 ในงานเซี่ยงไฮ้ ออโต้ โชว์ ก็จะได้เครื่องยนต์ใหม่ ดาวน์ไซซ์ แต่พลังดุเดือดขึ้น ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน 170 แรงม้า และแรงบิด 375 นิวตันเมตร และที่น่ากลัวมาก คือรุ่นเทอร์โบคู่ 284 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร มีให้ใช้งานตั้งแต่ช่วงรอบต่ำ จะโหดเกินไปหรือเปล่าสำหรับนักขับบางรายที่หมายขับรถกระบะให้กลายเป็นรถสปอร์ต ก็ไม่อยากจะนึกภาพเท่าไรนัก เพราะไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีแรงม้าสูงขนาดนั้น ไม่ว่า MG T60 หรือ T70 นั้นจะให้อุปกรณ์ความปลอดภัยมากแค่ไหน อย่างไรก็ตาม คงต้องรออัปเดตความเคลื่อนไหวจาก MG ประเทศไทยอีกครั้ง ว่าเป็น MG T60 หรือ MG T70 แต่กำหนดเบื้องต้นอยู่ในช่วงปลายปี ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้การต้อนรับอย่างอบอุ่นมากแค่ไหน แต่ถ้ากระแสดี งานนี้อาจมีพิธีรับน้องแรง ๆ จากเจ้าตลาดรุ่นพี่ ทั้ง Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton, Ford Ranger และรายอื่น ๆ ที่ปกติก็ฟาดกันหนักอยู่แล้ว…

รถยนต์ Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe

ข่าวรถยนต์

รถยนต์ Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe 2021 ที่มีการปรับภายนอกหลายจุด และขุมพลัง 4.0 ลิตร ควบคู่ไฮบริดอ่อน

รถยนต์ Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe โดยรวมตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ในดีไซน์สปอร์ต

รถยนต์ Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe

ภาพลักษณ์ใหม่ของ GLE 63 S Coupe จุดที่เห็นได้ชัดเลยคือ ใช้กระจังหน้า Panamericana ของ AMG นอกจากนี้ Fascia ด้านล่าง มีการแต่งให้เป็นสีดำและติดแถบโครเมียมบาง ๆ

รอบนอก กระจกข้างสีดำสไตล์สปอร์ต ส่วนข้างหลังได้รับกันชนใหม่สีดำ ท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมคางหมูคู่ 2 ข้าง มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว เบรกขนาดใหญ่ ข้างหน้าขนาด 15.7 นิ้ว และด้านหลัง 14.6 นิ้ว และคาลิเปอร์เบรกสีแดง ด้านขุมพลัง GLE 63 S Coupe ขับเคลื่อนโดย เครื่องยนต์ V-8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร ผสานเทคโนโลยี EQ Boost หรือ ไมลด์ ไฮบริด (Mild hybrid) 48 โวลต์ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ผลิตพละกำลังรวมได้มากถึง 603 แรงม้า รีดอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 3.7 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe ราคาอยู่ที่เท่าไหร่ รวมถึงวันเปิดจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากพิกัดเครื่องยนต์และดีไซน์แล้ว Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe 2021 จะลงสู่ตลาดเพื่อเข้ามาเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ New BMW X6 M ซึ่งต้องมาดูกันครับว่าเทคโนโลยีของรถค่ายไหนจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานได้มากที่สุด…

ข่าวรถยนต์ Hyundai Elantra

ข่าวรถยนต์

ข่าวรถยนต์ Hyundai Elantra 2021 คอมแพกต์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ปรับการออกแบบใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวเพรียวลม

ข่าวรถยนต์ Hyundai Elantra แต่ทางค่ายก็ยืนยันมาแล้วว่าไม่ใช่ เพราะได้เปลี่ยนแนวทางการออกแบบจากเดิมที่เรียกว่า Sensuous Sportiness

ข่าวรถยนต์ Hyundai Elantra

แม้ว่าจะดูคล้าย ๆ กับ Hyundai Sonata ไปบ้าง แต่ทางค่ายก็ยืนยันมาแล้วว่าไม่ใช่ เพราะได้เปลี่ยนแนวทางการออกแบบจากเดิมที่เรียกว่า Sensuous Sportiness มาเป็น Parametric Dynamics ซึ่งก็เป็นการสืบทอดต่อกันมาอีกที อาจสร้างความสับสนให้แฟน Hyundai ไปบ้าง แต่ความน่าสนใจก็มีอยู่ไม่น้อย กับ Hyundai Elantra คันนี้
รูปลักษณ์ภายนอก
Parametric-jewel-pattern grille หรือ กระจังหน้าดีไซน์รูปเพชรที่เชื่อมกับกรอบไฟหน้าและไฟเลี้ยวไว้ทั้งชุดราวกับเป็นปีกที่สยายออกไปทั้ง 2 ฝั่ง

แนวหลังคาที่ลาดเอียงลงบรรจบกับแนวเส้นด้านข้างที่เฉียงขึ้น ทำให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวปราดเปรียว

ไฟท้ายทรง H-Tail Lamp คือการวางเส้นแนวตั้งไว้ที่มุมซ้ายขวา 2 ฝั่งแล้วเชื่อมด้วยเส้นแนวนอนยาวตลอดฝากระโปรงท้ายเป็นรูปตัว H

มิติของรถคือ กว้าง 1,825 มม. ยาว 4,676 มม. สูง 1,415 มม. เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเช่น Honda ในรุ่น Honda Civic หรือ Mazda ในรุ่น Mazda 3 จะพบว่า Hyundai Elantra 2021 คันนี้ใหญ่กว่าทุกรุ่น
ดีไซน์ภายใน
ออกแบบให้คล้ายกับ cockpit หรือห้องบังคับเครื่องบินรบที่มีลักษณะโอบล้อมตัวผู้ขับขี่ โดยทาง Hyundai นิยามการออกแบบนี้ว่าเป็น Cocoon หรือ รังดักแด้ แยกส่วนกันชัดเจนระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร

มาตรวัดดิจิทัลและจออินโฟเทนเมนต์ขนาดเท่ากันคือ 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

ชุดไฟแอมเบียนท์ที่แสงไฟปรับได้ถึง 64 สี ให้บรรยากาศการขับขี่ที่แตกต่างตามใจชอบ

เครื่องเสียง Bose ลำโพง 8 จุด
เครื่องยนต์และสมรรถนะ
รุ่นพื้นฐานจะใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 147 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 179 นิวตัวเมตร

ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ CVT แบบ IVT (Intelligent Variable Transmission) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Hyundai

รุ่นไฮบริดจะเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ GDI ความจุ 1.6 ลิตร ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 1.32 กิโลวัตต์ กำลังสูงสุด 141 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 264 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ดูอัลคลัตช์ 6 สปีด
เทคโนโลยีความปลอดภัย
เทคโนโลยี Digital Key ที่ใช้สมาร์ตโฟนหรือการ์ด NFC ในการสั่งการ

ระบบรักษาความปลอดภัยจัดเต็ม อย่างเช่น ระบบขับเคลื่อนตามช่องจราจร (Lane Keeping Assist), ระบบป้องกันการชนด้านหน้า (Forward Collision-Avoidance Assist with Pedestrian Detection), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบตรวจจับมุมอับสายตาพร้อมช่วยเตือนขณะถอยหลัง (Blind-Spot Collision Avoidance Assist with Rear Cross-Traffic Alert) เป็นต้น
ความน่าสนใจของ Hyundai Elantra 2021 ที่แม้ว่าตำแหน่งคนขับจะดูแปลก ๆ ไปบ้าง แต่หน้าตาที่หล่อเหลาและรูปร่างที่เพรียวลมพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าจะครบเครื่อง ก็น่าจะโดนใจหลาย ๆ คน แต่ถ้าเทียบในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ระบบ Honda Sensing ใน Honda Civic ก็จัดว่าดี และที่สำคัญ Honda ทำตลาดอยู่ด้วยในตอนนี้ ไม่ต้องรอลุ้นราคา…

New BAC Mono

ข่าวรถยนต์

New BAC Mono รถซูเปอร์คาร์จาก Briggs Automotive Company บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากสหราชอาณาจักร

New BAC Mono เปิดตัวในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2020 ที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

New BAC Mono

แต่ล่าสุดทางค่ายดังที่มีที่ตั้งอยู่ในเมืองลิเวอร์พูล ได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับรถซูเปอร์คาร์เจเนอเรชั่นที่ 2 คันนี้ออกมาให้แฟนๆ ได้รู้กัน ด้วยการปรับรูปโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้น กระจังหน้าถูกลดขนาดให้เล็กลงเพื่อหลักแอโรไดนามิก, ไฟทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกเปลี่ยนเป็นแบบ LED, กระจกมองข้างแบบปีกคู่, สปอยเลอร์หลังใหญ่ขึ้น
ในส่วนของตัวถัง New BAC Mono มีความสูงที่ลดลง 20 มม. แต่เพิ่มความยาว 25 มม. เพื่อให้รูปลักษณ์ดูเพรียวบาง มีการนำส่วนประกอบของคาร์บอนไฟเบอร์เข้ามาร่วมด้วยทำให้มีน้ำหนักลดลงจากรุ่นก่อนถึง 10 กิโลกรัม นั่นเท่ากับว่ามันจะมีน้ำหนักเพียงแค่ 570 กิโลกรัมเท่านั้น ขุมพลังของ New BAC Mono เป็นเครื่องยนต์ใหม่ Mountune ระบบเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ 2.3 ลิตร ให้กำลัง 332 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 2.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 274 กิโลเมตร/ชั่วโมง
สำหรับ New BAC Mono สามารถวิ่งบนถนนในเมืองได้อย่างสบายๆ เมื่อมันผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA (กฎหมายของการใช้ถนนในยุโรป) สนนราคาอยู่ที่ 165,950 ปอนด์ (ประมาณ 6,350,000 บาท) ที่สำคัญมันจะถูกผลิตตามใบสั่งของลูกค้าเท่านั้น…

New Mitsubishi Triton Athlete

ข่าวรถยนต์

New Mitsubishi Triton Athlete 2019 ราคาเริ่มต้น 1,035,000 บาท รถกระบะสายพันธุ์สปอร์ต ผสมผสานดีไซน์เร้าใจกับความแข็งแกร่งทนทาน

New Mitsubishi Triton Athlete กระบะสายพันธุ์สปอร์ต ราคาเริ่ม 1.035 ล้านบาท

New Mitsubishi Triton Athlete

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ New Mitsubishi Triton Athlete รถกระบะรุ่นท็อปจากซีรี่ย์ Triton

ที่เน้นความสปอร์ตและสมรรถนะในการขับขี่ทั้งบนพื้นเรียบและพื้นถนนแบบออฟโรด New Mitsubishi Triton Athlete 2019 มาพร้อมกับคอนเซปต์ “เหนือชั้น สายพันธุ์สปอร์ต” พัฒนาจากรถกระบะที่เน้นสมรรถนะที่ดีเยี่ยมให้ตอบสนองการใช้งานแบบไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยการผสานความสปอร์ตเข้ากับความแข็งแกร่งทนทาน และเทคโนโลยีทันสมัย ให้ความรู้สึกในแบบพรีเมียมสำหรับการใช้งานในเมือง ภายนอกของ New Mitsubishi Triton Athlete ตกแต่งกันชนหน้าสีดำแบบสปอร์ต ประกอบด้วยกระจังหน้าสีดำพร้อมกรอบกันชนดีไซน์ไดนามิกชิลด์ด้านหน้าสีดำ หลังคาสีดำพร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ส่วนด้านหลังออกแบบให้มีมือเปิดกระบะท้ายและกันชนหลังสีดำ พร้อมสัญลักษณ์ “ATHLETE” บนฝากระบะท้าย พร้อมชุดปูพื้นกระบะ นอกจากนี้ยังมีกรอบกระจกมองข้างและสไตล์ลิ่งบาร์สีดำ บันไดข้าง และสัญลักษณ์ “ATHLETE” บนแถบกราฟฟิกข้างตัวรถด้วยเช่นกัน ส่วนภายในห้องโดยสารของ New Mitsubishi Triton Athlete ตกแต่งโดยเน้นสีดำสลับส้มให้ความรู้สึกสปอร์ตด้วยเช่นกัน เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ทูโทน หัวเกียร์ แผงประตู และเบรกมือเดินด้ายสีส้ม หุ้มวัสดุบุนุ่มกันกระแทกบริเวณหัวเข่า ฝากล่องเก็บของคอนโซลกลางไล่ไปจนถึงก็ใช้สีดำสลับส้มปัก พรมห้องโดยสารปักสัญลักษณ์ “ATHLETE”…

MV Agusta ยืนยันเดินหน้าโปรเจกต์ ADV 950 และ 350 ซี.ซี.

ข่าวรถยนต์

MV Agusta เปิดแผนแม่บทเตรียมพัฒนา MV Agusta 350, 950 ซี.ซี.และ ADV หวังขยายตลาดให้ครอบคลุม เพิ่มยอดขายในอนาคต

MV Agusta ยืนยันเดินหน้าโปรเจกต์ ADV 950 และ 350 ซี.ซี.

MV Agusta

ภายใต้การบริหารของ Timur Sardarov ซีอีโอคนใหม่ของ MV Agusta ได้มีการแสดงแผนดำเนินงานในอนาคต เตรียมเพิ่มการผลิตเครื่องยนต์ใหม่ รุ่นใหม่ ทั้งไซซ์ใหญ่และไซซ์กลาง เพื่อขยายตลาดให้เข้าถึงผู้ขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น
เดิมที MV Agusta เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตจักรยานระดับไฮเอนด์ แม้ดีไซน์ภายนอกจะดูสวย สมรรถนะยอดเยี่ยม แต่ราคาก็ถือว่าค่อนข้างสูงมากเช่นกัน ทำให้ปี 2018 ค่ายมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลี สามารถทำยอดขายทั่วโลกได้เพียง 3,000 คันเท่านั้น ซึ่งทางบอสใหญ่ Timur Sardarov ต้องการเพิ่มยอดให้ได้อย่างน้อย 2 เท่าในปีนี้ และตั้งเป้าว่าจะได้มากกว่าเดิม 25,000 คัน/ปี ภายใน 5 ปี ด้วยเหตุนี้ทาง MV Agusta จึงได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทจีน Loncin เพื่อพัฒนารถรุ่นใหม่ที่มีความจุขนาดกลางในช่วง 350 ซี.ซี. ซึ่งมีโอกาสที่โมเดลใหม่นี้จะเป็น เนกเคตไบค์ (Naked) และทัวร์ริ่งไบค์ (Touring) ไม่ใช่แค่นั้นเพราะทางซีอีโอยืนยันเองว่า ตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาเครื่องยนต์ 950 ซี.ซี. ที่จะนำมาใช้กับรถรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็น มอเตอร์ไซค์ ADV เพื่อแข่งขันกับ Ducati Multistrada และ BMW R 1250 GS…