ข่าวรถยนต์ข่าวไวรู้ก่อนใครติดตามได้เลย

Browsing Category: ข่าวรถยนต์

New Mitsubishi Triton Athlete

ข่าวรถยนต์

New Mitsubishi Triton Athlete 2019 ราคาเริ่มต้น 1,035,000 บาท รถกระบะสายพันธุ์สปอร์ต ผสมผสานดีไซน์เร้าใจกับความแข็งแกร่งทนทาน

New Mitsubishi Triton Athlete กระบะสายพันธุ์สปอร์ต ราคาเริ่ม 1.035 ล้านบาท

New Mitsubishi Triton Athlete

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ New Mitsubishi Triton Athlete รถกระบะรุ่นท็อปจากซีรี่ย์ Triton

ที่เน้นความสปอร์ตและสมรรถนะในการขับขี่ทั้งบนพื้นเรียบและพื้นถนนแบบออฟโรด New Mitsubishi Triton Athlete 2019 มาพร้อมกับคอนเซปต์ “เหนือชั้น สายพันธุ์สปอร์ต” พัฒนาจากรถกระบะที่เน้นสมรรถนะที่ดีเยี่ยมให้ตอบสนองการใช้งานแบบไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยการผสานความสปอร์ตเข้ากับความแข็งแกร่งทนทาน และเทคโนโลยีทันสมัย ให้ความรู้สึกในแบบพรีเมียมสำหรับการใช้งานในเมือง ภายนอกของ New Mitsubishi Triton Athlete ตกแต่งกันชนหน้าสีดำแบบสปอร์ต ประกอบด้วยกระจังหน้าสีดำพร้อมกรอบกันชนดีไซน์ไดนามิกชิลด์ด้านหน้าสีดำ หลังคาสีดำพร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ส่วนด้านหลังออกแบบให้มีมือเปิดกระบะท้ายและกันชนหลังสีดำ พร้อมสัญลักษณ์ “ATHLETE” บนฝากระบะท้าย พร้อมชุดปูพื้นกระบะ นอกจากนี้ยังมีกรอบกระจกมองข้างและสไตล์ลิ่งบาร์สีดำ บันไดข้าง และสัญลักษณ์ “ATHLETE” บนแถบกราฟฟิกข้างตัวรถด้วยเช่นกัน ส่วนภายในห้องโดยสารของ New Mitsubishi Triton Athlete ตกแต่งโดยเน้นสีดำสลับส้มให้ความรู้สึกสปอร์ตด้วยเช่นกัน เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ทูโทน หัวเกียร์ แผงประตู และเบรกมือเดินด้ายสีส้ม หุ้มวัสดุบุนุ่มกันกระแทกบริเวณหัวเข่า ฝากล่องเก็บของคอนโซลกลางไล่ไปจนถึงก็ใช้สีดำสลับส้มปัก พรมห้องโดยสารปักสัญลักษณ์ “ATHLETE”

MV Agusta ยืนยันเดินหน้าโปรเจกต์ ADV 950 และ 350 ซี.ซี.

ข่าวรถยนต์

MV Agusta เปิดแผนแม่บทเตรียมพัฒนา MV Agusta 350, 950 ซี.ซี.และ ADV หวังขยายตลาดให้ครอบคลุม เพิ่มยอดขายในอนาคต

MV Agusta ยืนยันเดินหน้าโปรเจกต์ ADV 950 และ 350 ซี.ซี.

MV Agusta

ภายใต้การบริหารของ Timur Sardarov ซีอีโอคนใหม่ของ MV Agusta ได้มีการแสดงแผนดำเนินงานในอนาคต เตรียมเพิ่มการผลิตเครื่องยนต์ใหม่ รุ่นใหม่ ทั้งไซซ์ใหญ่และไซซ์กลาง เพื่อขยายตลาดให้เข้าถึงผู้ขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น
เดิมที MV Agusta เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตจักรยานระดับไฮเอนด์ แม้ดีไซน์ภายนอกจะดูสวย สมรรถนะยอดเยี่ยม แต่ราคาก็ถือว่าค่อนข้างสูงมากเช่นกัน ทำให้ปี 2018 ค่ายมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลี สามารถทำยอดขายทั่วโลกได้เพียง 3,000 คันเท่านั้น ซึ่งทางบอสใหญ่ Timur Sardarov ต้องการเพิ่มยอดให้ได้อย่างน้อย 2 เท่าในปีนี้ และตั้งเป้าว่าจะได้มากกว่าเดิม 25,000 คัน/ปี ภายใน 5 ปี ด้วยเหตุนี้ทาง MV Agusta จึงได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทจีน Loncin เพื่อพัฒนารถรุ่นใหม่ที่มีความจุขนาดกลางในช่วง 350 ซี.ซี. ซึ่งมีโอกาสที่โมเดลใหม่นี้จะเป็น เนกเคตไบค์ (Naked) และทัวร์ริ่งไบค์ (Touring) ไม่ใช่แค่นั้นเพราะทางซีอีโอยืนยันเองว่า ตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาเครื่องยนต์ 950 ซี.ซี. ที่จะนำมาใช้กับรถรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็น มอเตอร์ไซค์ ADV เพื่อแข่งขันกับ Ducati Multistrada และ BMW R 1250 GS

All-New Nissan Sylphy 2020 เวอร์ชั่น USA

ข่าวรถยนต์

All-New Nissan Sylphy 2020 เวอร์ชั่น USA เปิดราคาเริ่มต้น 5.4 แสน เผยโฉมแล้วในแพลตฟอร์มใหม่ ยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมด

All-New Nissan Sylphy 2020 เวอร์ชั่น USA เวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกา เผยโฉมแล้วในแพลตฟอร์มใหม่ ยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมด

All-New Nissan Sylphy 2020 เวอร์ชั่น USA

All-New Nissan Sylphy 2020 นับเป็นโฉมใหม่เจนเนอเรชั่นที่ 8 หลังจากเริ่มออกจำหน่ายครั้งแรกตั้งแต่ปี 1982 หรือเมื่อ 37 ปีที่แล้ว

โดยรูปลักษณ์ที่ถูกเปิดเผยออกมาในครั้งนี้ถูกพูดถึงโดยเว็บไซต์รถยนต์ต่างประเทศว่าให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างเซ็๋กซี่ ซึ่งแนวทางการออกแบบมีสไตล์ไปในทิศทางเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ นิสสัน อย่าง Nissan Altima หรือ Nissan Maxima ทว่าความจริงแล้วนี่คือ Nissan Sylphy ที่ นิสสัน ระบุว่าถูกพัฒนาและดีไซน์ใหม่แทบในทุกด้านบนแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งส่งผลให้ขนาดของตัวรถมีความสูงลดลงถึง 2 นิ้ว และกว้างกว่าเดิม 2 นิ้วเมื่อเทียบกับโฉมก่อนหน้านี้ ขณะที่การออกแบบภายในก็มีการปรับใหม่ เครื่องยนต์ที่เพิ่มสมรรถนะจากเดิม และฟังก์ชั่นเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย การออกแบบภายนอกของ All-New Nissan Sylphy 2020 โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ด้านหน้าที่เรียกว่า V-Motion design มีแนวเส้นที่ไล่ไปตั้งแต่กระจังหน้ารถไปจนถึงฝากระโปรง โคมไฟหน้า LED ออกแบบให้เรียวเล็กกว่าเดิม ส่วนของตัวรถตั้งแต่เสาขึ้นไปถึงหลังคาใช้สีดำกลายเป็นทูโทน เล่นเดียวกับล้ออัลลอยด์แบบใหม่ที่เล่นสีเป็นทูโทนเช่นกัน และที่สำคัญคือ นิสสัน ระบุว่าขนาดมิติของ Nissan Sylphy โฉมนี้ออกแบบให้สัดส่วนความยาว ความกว้าง และความสูง มีความลงตัวที่สุดเรียกว่าเป็น Golden Proportions ภายในห้องโดยสารของ All-New Nissan Sylphy 2020 สไตล์การออกแบบเป็นไปในทิศทางเดียวกับกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ นิสสัน แต่เพิ่มในส่วนของรายละเอียดและการเลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมมากขึ้น แนวรอยต่อส่วนต่าง ๆ เดินด้ายสีแดงตัดกับสีดำ จอแสดงผลสำหรับระบบความบันเทิงทัชสกรีนขนาด 7 นิ้วและอัปเกรดเพิ่มได้เป็น 8 นิ้วในบางรุ่นย่อย และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 4.2 นิ้ว การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือรองรับทั้ง แอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และระบบ แอนดรอยด์ อย่างไรก็ตาม ราคาของ All-New Nissan Sylphy 2020 ที่เปิดเผยไปนั้นยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งหากรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย อาจมีราคาสูงขึ้นพอสมควร แต่เชื่อว่าดีไซน์ใหม่ของ Sylphy จะทำให้ตลาดรถยนต์กลุ่มซีดานคอมแพคท์ที่มีทั้ง Honda Civic, Mazda3 และ Toyota Altis ดุเดือดกว่าเดิมแน่นอน

Bugatti Centodieci ไฮเปอร์คาร์คอลเล็กชั่นใหม่

ข่าวรถยนต์

Bugatti Centodieci ผลิตเพียง 10 คัน ฉลองครบรอบ 110 ปี Bugatti และเพื่อแสดงความเคารพต่อไฮเปอร์คาร์รุ่นเก๋า

Bugatti Centodieci ไฮเปอร์คาร์คอลเล็กชั่นใหม่ ราคาเกือบ 300 ล้านบาท ผลิตเพียง 10 คัน

Bugatti Centodieci ไฮเปอร์คาร์คอลเล็กชั่นใหม่

Bugatti แบรนด์รถเก่าแก่ของฝรั่งเศส น่าจะกำลังเพลินกับการออกรถสปอร์ตคอลเล็กชั่นพิเศษราคามหาโหด เพื่อฉลองครบรอบ 110 ปี เพราะเมื่อต้นปีก็เพิ่งเปิดตัว Bugatti La Voiture Noire โดยอ้างอิงตำนาน

“รถสีดำ” ที่หายสาบสูญของ Bugatti (Bugatti Type 57 SC Atlantic) ซึ่งผลิตเพียงคันเดียวจนขึ้นแท่นรถยนต์ใหม่แพงสุดในโลกไปแล้ว ล่าสุดได้ส่ง Bugatti Centodieci มาโกยเงินในกระเป๋ามหาเศรษฐีอีกรอบ ผลิตเพียง 10 คัน ด้วยราคาเริ่มต้น 8 ล้านยูโร และต่อให้ตอนนี้คุณมีเงินมากพอก็ไม่มีสิทธิ์ซื้ออยู่ดี ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นโชคดีบนความโชคร้ายได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันยิ่ง Bugatti หยิบจับเอาอดีตอันขมขื่นมาเล่าใหม่ กลับขายได้ขายดี มีมหาเศรษฐีต่อแถวรอซื้อ แม้กระทั่งรถที่ได้ชื่อว่าไม่ประสบความสำเร็จในแง่การตลาด (แต่เทคโนโลยีเด่นล้ำมากและออกแบบตั้งต้นโดย Marcello Gandini หนึ่งในดีไซเนอร์ระดับพ่อมดของวงการ) อย่าง Bugatti EB110 ไฮเปอร์คาร์ของ Bugatti ในยุค 90 เพราะดันไปเปิดตัวบนความสั่นคลอนของวิกฤตเศรษฐกิจโลก จนถึงขั้นล้มละลาย ไปต่อไม่ได้ ท้ายที่สุด VW Group ได้เข้ามาครอบครองและเป็นผู้ถือตราสิน Bugatti อยู่ตอนนี้ ซึ่งเจ้า Bugatti EB110 นี้เองได้กลายเป็นไฮเปอร์คาร์อาวุโสให้รุ่นหลาน Bugatti Centodieci ได้แสดงความเคารพ ด้วยการตั้งชื่อรุ่น Centodieci ง่าย สไตล์อิตาเลียน (Ettore Bugatti เป็นอิตาเลียน) ที่แปลว่า 110 ส่วนดีไซน์หลักแม้ยืนบนพื้นฐาน Bugatti Chiron แต่ในรายละเอียด Bugatti Centodieci ยก Signature ของ Bugatti EB110 SS (หรือ Super Sport ที่เบาและแรงกว่ารุ่นปกติ ผลิตออกมาได้เพียง 33 คัน) มาครบแบบไม่ขาดตกบกพร่อง ตั้งแต่จมูกและช่องดักอากาศด้านหน้า การเจาะรูบนแผงด้านข้าง หลังบานกระจกที่โอบล้อมห้องโดยสารเป็นรูปเกือกม้าเพื่อรับอากาศเข้าไปลดความร้อนแรงของเครื่องยนต์ W16 สูบ ตลอดจนถึงแถบไฟท้าย 3 มิติ แบบลอยตัวและซับซ้อน ให้ดูคล้ายกับแผงท้าย Bugatti EB 110 SS ที่เจาะรูไว้ระบายอากาศจากห้องเครื่อง เพียงแค่ขุมพลังของ Bugatti Centodieci ไม่ใช่เครื่องยนต์ วี 12 สูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ 4 ตัว อย่าง Bugatti EB110 SS แต่เปลี่ยนเป็นแบบ W16 สูบ ขนาดความจุ 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ตัว ปั่นม้าออกมาวิ่งเล่นแบบมหาศาลถึง 1,600 ตัว (เหนือกว่า Bugatti Chiron อยู่ 100 ตัว) เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้และเผื่อไว้ให้ได้โชว์ด้วย

New Mercedes-Benz GLA 2021

ข่าวรถยนต์

New Mercedes-Benz GLA 2021 เปิดโฉมเจนเนเรชั่นที่ 2 พร้อมกับเทคโนโลยีใหม่และความสะดวกสบายที่มากขึ้น

New Mercedes-Benz GLA 2021 เปิดโฉมพร้อมเปิดเทคโนโลยีล้ำและทันสมัย

New Mercedes-Benz GLA 2021

New Mercedes-Benz GLA หลังเปิดตัวไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว สามารถสร้างยอดขายทั่วโลกได้มากกว่า 1 ล้านคัน

ล่าสุดค่ายรถหรูได้เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคที่ 2 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ไม่ใช่แค่ปรับโฉมภายนอกเท่านั้น ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่โครงสร้าง โดยขนาดความยาวของตัวรถลดลง 14 มิลลิเมตร และแคบลง 2 มิลลิเมตร แต่สูงกว่ารุ่นเก่า 104 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 28 มิลลิเมตรภายในห้องโดยสารคล้ายคลึงกับ Mercedes-Benz รุ่นอื่น ๆ ที่มีแผงหน้าปัดพร้อมจอแสดงผลแบบดิจิตอลสำหรับเครื่องมือและฟังก์ชั่นระบบสาระบันเทิง พร้อมเน้นความเป็นรถครอสโอเวอร์มากขึ้น โดยยกเบาะหน้าให้สูงกว่า A-Class 140 มิลลิเมตร หลังคาด้านหน้ากว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร แต่ด้านหลังลดลง 6 มิลลิเมตร ได้ยกระดับด้านความปลอดภัยของระบบช่วยเหลือการขับขี่ ทั้งฟังก์ชั่นการเปลี่ยนเส้นทาง, ฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้นักปั่นจักรยานหรือยานพาหนะ, ระบบช่วยเบรก (Active Brake Assist) เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ด้านขุมพลังรุ่น GLA 250 จะเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังได้มากสุด 221 แรงม้าและแรงบิด 350 นิวตัน – เมตร ส่งกำลังไปยังเพลาหน้าผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เข้าถึงความเร็ว 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 8.6 วินาที ซึ่งสามารถอัปเกรดเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้ สำหรับรุ่น GLA 250 4Matic

รถยนต์ดอรสโอเวอร์เอสยูวีMazda MX-30 ไฟฟ้า

ข่าวรถยนต์

รถยนต์ดอรสโอเวอร์เอสยูวีMazda MX-30 ไฟฟ้า เปิดจองแล้วที่สหราชอาณาจักร ราคาเริ่มต้น 1.22ล้านบาท

รถยนต์ดอรสโอเวอร์เอสยูวีMazda MX-30 ไฟฟ้าสามารถวิ่งได้ระยะไกล 199.5กิโลเมตร ระบบไฟฟ้าเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้รถแล้ว

รถยนต์ดอรสโอเวอร์เอสยูวีMazda MX-30 ไฟฟ้า

สำหรับขุมพลังของ New Mazda MX-30 มาจากมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) แบบซิงโครนอส และแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 35.5kWh ให้พละกำลังสูงสุด 140 แรงม้า แรงบิด 265 นิวตัน-เมตร

สามารถวิ่งได้ระยะทางไกลประมาณ 199.5 กิโลเมตร ต่อการชาร์จไฟ 1 ครั้ง ส่วนตัวเลขประสิทธิภาพยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่ทางเว็บไซต์ยานยนต์ชื่อดัง Autoexpress ได้คำนวนจากน้ำหนักปกติของรถ SUV คาดว่า Mazda MX-30 จะทำอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง อยู่ในเวลา 8-10 วินาที ความเร็วสูงสุดประมาณ 161 กิโลเมตร/ชั่วโมง รองรับการชาร์จไฟแบบรวดเร็วสูงสุด 50Kw ในเวลา 30-40 นาที สามารถเติมพลังงานได้มากถึง 80 เปอร์เซ็นต์  โดยข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงสเปกของ Mazda MX-30 รุ่นแรกเท่านั้น เชื่อว่าหลังจากนี้อาจจะมีขุมพลังทางเลือกเพิ่มเข้ามาอีกแน่นอน ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อว่าจะเสริมรุ่นย่อยไปในทิศทางไหน ด้านภาพลักษณ์ของ New Mazda MX-30 จุดเด่นเลยคือ ดีไซน์ภายนอกที่ออกแบบประตูให้เป็น Free Style หรือเปิดแบบซ้าย-ขวา นั่นหมายความว่าตัวถังรถจะไม่มีเสาบี ประตูหน้าเปิดได้กว้างสุด 82 องศา ส่วนประตูหลังกางออกมาได้สูงสุด 80 องศา ทำให้ด้านข้างกว้าง เข้า-ออกรถได้สะดวกขึ้น ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบให้เป็นไปตามเอกลักษณ์ของแบรนด์ ปรับปรุงคอนโซลกลางใหม่ให้ลอยตัวเป็นอิสระจากแผงควบคุม เบาะนั่งคนขับปรับได้ 8 ทิศทาง หน้าจอ TFT ขนาด 7 นิ้ว มาพร้อม Mazda Connect ที่สามารถใช้งานร่วมกันได้ทั้ง Apple CarPlay และ Android Auto ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Mazda Radar Cruise และถุงลมนิรภัยที่หัวเข่าของผู้ขับขี่ อย่างไรก็ตามบ้านเราคงต้องเกาะติดกันต่อไปว่า Mazda จะมีแผนการนำเข้ามาทำตลาดในเวลาอันใกล้นี้หรือไม่ หลังจากทั้ง Toyota หรือ MG ต่างก็มีรถยนต์รุ่นที่ใช้ระบบไฟฟ้าเป็นทางเลือกให้ผู้ใช้รถแล้ว หรืออย่าง Honda ก็มีรถยนต์ระบบไฮบริดจำหน่ายแล้วเช่นกัน

สะท้อนแห่งอนาคต -bmw-concept-i4-เปิดตัวใหม่

ข่าวรถยนต์

สะท้อนแห่งอนาคต -bmw-concept-i4-เปิดตัวใหม่ เป็นรถไฟฟ้าต้นแบบที่ใกล้เคียงความเป็นจริงมากที่สุด

สะท้อนแห่งอนาคต -bmw-concept-i4-เปิดตัวใหม่ ได้ปิดตัวลง สาเหตุการแพร่ระบาด โควิด-19

สะท้อนแห่งอนาคต -bmw-concept-i4-เปิดตัวใหม่

หลังจากที่งาน Geneva Motor Show 2020 ประกาศยกเลิกไปด้วยสาเหตุการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัส BMW ตัดสินใจเปิดตัว BMW Concept i4 ผ่านทางไลฟ์สตรีมมิ่งในวันที่ 3 มีนาคม

ที่ผ่านมา ซึ่งตรงตามกำหนดการเดิมกับที่เจนีวา ให้สื่อมวลชนและผู้สนใจทั่วโลกได้เห็นไปเลยพร้อม ๆ กัน ซึ่งสิ่งที่เราได้พบในการเปิดตัวครั้งนี้คือ เส้นทางใหม่สู่อนาคตของแบรนด์ซีดานที่น่าสนใจ ภายใต้โลโก้ใหม่ตราใบพัดนี้ด้วย เริ่มต้นด้วยการออกแบบ แม้ว่าจะเปิดตัวในชื่อของคอนเซ็ปต์คาร์แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว ส่วนที่เตะตาที่สุดแน่นอนว่าต้องเป็นกระจังหน้าขนาดใหญ่เช่นเดียวกับ M440 ที่เคยปล่อยภาพเรนเดอร์ออกมาก่อนหน้านี้ และด้วยความที่เป็นรถไฟฟ้า กระจังหน้าตัวนี้จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นช่องลมอีกต่อไป แต่จะเป็นศูนย์รวมของเซ็นเซอร์ต่าง ๆ ที่เรียกว่า Intelligence Panels มีกรอบไฟเส้นสีฟ้าล้อมรับกับไฟหน้า เข้ากันกับเส้นไฟสีฟ้าที่วิ่งจากล้อหน้าลงมาสเกิร์ตข้างเป็นเส้นนำสายตาแล้วมีจบที่สเกิร์ตหลัง ง่าย ๆ แต่ดูแพง ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบในลักษณะ minimal คือน้อยแต่มาก คอนโซลหน้าตัดทิ้งปุ่มควบคุมทุกอย่างออกไปแทบทั้งหมด แล้วรวมฟังก์ชันการควบคุมต่าง ๆ มาไว้ในจอโค้งด้านหน้าที่พาดยาวไปถึงช่วงกลางคอนโซล พร้อมปุ่มควบคุมอีกเล็กน้อยบริเวณตำแหน่งเกียร์เดิมเท่านั้น ในส่วนของโหมดการขับขี่ จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 โหมด ได้แก่ Core, Sport และ Efficient ซึ่งภายในห้องโดยสารจะเปลี่ยนสีไปตามโหมดที่เลือกใช้อีกด้วย สำหรับสมรรถนะ BMW Concept i4 ขับเคลื่อนด้วยระบบ eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้ถึง 530 แรงม้า ความเร็ว 0-100 กม. ภายใน 4 วินาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ 600 กม. แบตเตอรี่ขนาด 80 กิโลวัตต์ ที่ออกแบบให้บางเป็นพิเศษ วางพาดกลางใต้ท้องรถ ช่วยเรื่องจุดศูนย์ถ่วงและพื้นที่ภายในห้องโดยสาร สำหรับสมรรถนะ BMW Concept i4 ขับเคลื่อนด้วยระบบ eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 ใช้มอเตอร์ไฟฟ้าที่ส่งกำลังได้ถึง 530 แรงม้า ความเร็ว 0-100 กม. ภายใน 4 วินาที ชาร์จไฟเต็มวิ่งได้ 600 กม. แบตเตอรี่ขนาด 80 กิโลวัตต์ ที่ออกแบบให้บางเป็นพิเศษ วางพาดกลางใต้ท้องรถ ช่วยเรื่องจุดศูนย์ถ่วงและพื้นที่ภายในห้องโดยสาร