ข่าวรถยนต์ข่าวไวรู้ก่อนใครติดตามได้เลย

Nikola Badger รถกระบะ

ข่าวรถยนต์

Nikola Badger รถกระบะ ไฟฟ้าจากค่ายผู้ผลิตรถบรรทุกพลังงานไฮโดรเจน

Nikola Badger รถกระบะ  เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูคล้ายรถหุ้มเกราะมากกว่ารถกระบะ และตอนนี้มีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ

Nikola Badger รถกระบะ

เราอาจจะเคยเห็นหน้าตาของ

ticket4you.org กันมาบ้างแล้วว่าเหนือจินตนาการขนาดที่เห็นแล้วคงคิดได้ว่า

นี่ไม่ใช่รถกระบะไฟฟ้าที่เราจะเป็นเจ้าของได้ เพราะรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูคล้ายรถหุ้มเกราะมากกว่ารถกระบะ และตอนนี้มีคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อปรากฏตัวแล้ว นั่นคือ Nikola Badger รถกระบะไฟฟ้าที่มีสมรรถนะสูสีกัน แต่มีรูปร่างหน้าตาที่ดูเป็นมิตรกว่ากันเยอะ
Nikola Badger
Nikola เป็นบริษัทผู้ผลิตรถบรรทุกที่มีชื่อเสียงในเรื่องเครื่องยนต์ไร้มลพิษหรือ zero-emission ด้วยการใช้ไฮโดรเจนเป็นเชื้อเพลิง วันนี้ Nikola ตัดสินใจลงมาเล่นในตลาดรถกระบะโดยใช้ชื่อว่า Nikola Badger มีจุดเด่นเรื่องการใช้พลังานได้ 2 ระบบ คือ FCEV (Fuel-Cell Electric) ที่เป็นการใช้พลังงานร่วมกันระหว่างไฟฟ้ากับเซลล์เชื้อเพลิงไฮโดรเจน และ BEV (Battery-Electric) ที่เป็นไฟฟ้าล้วนนั่นเอง
Nikola Badger
รูปลักษณ์ภายนอก ตัวถังมีขนาดความกว้าง 2,180 มม. ความยาว 5,890 มม. สูง 1870 มม. ขุมพลัง 455 แรงม้า เร่งได้สูงสุด 906 แรงม้า แรงบิด 1329 นิวตันเมตร ขับเคลื่อน 4 ล้ออิสระ (IWD) รองรับการลากจูงสูงสุด 3,630 กก. อัตราเร่ง 0-100 กม. ใน 2.9 วินาที แหล่งพลังงาน แบตเตอรี่ลิเธี่ยม-ไอออน 120 กิโลวัตต์ ไฮโดรเจน 8 กก. ระยะทางวิ่งได้สูงสุด 965 กม.
Nikola Badger
ในส่วนของภายในห้องโดยสารยังไม่มีข้อมูลมากนัก ทราบเพียงแค่มี 5 ที่นั่ง นอกเหนือจากนี้ เราคงต้องรอติดตามในงาน Nikola World 2020 ช่วงเดือนกันยายนนี้ แล้วมารอดูกันว่า Nikola Badger จะงัดกระบวนท่าไหนมาสู้กับคู่แข่งอย่าง Tesla Cybertruck ที่มีรถตัวเป็น ๆ ออกมาวิ่งทดสอบกันแล้ว แต่ถ้ามองในแง่ของหน้าตา ถ้าไม่ถูกโฉลกกับ Cybertruck ก็อาจจะหลงรัก Badger เอาง่าย ๆ

รถยนต์ All-new MG V80

ข่าวรถยนต์

รถยนต์ All-new MG V80 ดูจะไม่หวั่นกลัวกับการแข่งขันอันดุเดือดของตลาดรถกระบะเมืองไทย

รถยนต์ All-new MG V80 พยายามขยายตลาดของตัวเองนอกเหนือจากรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มาทางกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์

รถยนต์ All-new MG V80

น่าจับตาอย่างที่สุด เมื่อ MG ประเทศไทย พยายามขยายตลาดของตัวเองนอกเหนือจากรถยนต์นั่งขนาดเล็ก มาทางกลุ่มรถยนต์เชิงพาณิชย์ ซึ่งเริ่มแล้วจาก All-new MG V80 เมื่อช่วงต้นปี และในครึ่งหลังของปี 2562 ตลาดรถกระบะเมืองไทยน่าจะได้ต้อนรับสมาชิกใหม่อีกหนึ่งรุ่น ซึ่งคงเปิดตัวภายใต้ชื่อ MG T60 ไม่ก็ MG T70 หากเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์แล้ว โดย MG T60 ปี 2019 ของ MG ประเทศไทย คาดว่าจะมาพร้อมดีไซน์เดียวกับ Maxus T60 ซึ่งเด่นด้วยกระจังหน้าโครเมียมหกเหลี่ยมขนาดใหญ่ ขณะที่จุดอื่นก็ไม่ได้ แหวก แปลก หรือมีบุคลิกแตกต่างไปจากรถกระบะคู่แข่งในไทยนัก เว้นเสียแต่กันชนท้ายออกแบบให้เหมือนเป็นส่วนหนึ่งของตัวถัง แต่สิ่งที่น่าสนใจและน่าลุ้นของ MG T60 ปี 2019 อาจเป็นเรื่องของอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ
ระบบเตือนรถออกนอกช่องทางจราจร (LDW)
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (VDC)
ระบบช่วยเบรก Hydraulic Break Assist (HBA) เมื่ออยู่เหนือการควบคุม เช่น บนถนนลื่น
ระบบ ESP 9.1 ของ Bosch ที่ทำงานร่วมกับหลายระบบ ทั้ง ABS, EBD, BAS, HBA และ TCS เพื่อให้รถเข้าโค้งได้อย่างมั่นคง มีเสถียรภาพ
ถุงลมนิรภัย 6 จุด
กล้องมองภาพ 360 องศา
ส่วนขุมพลังของ MG T60 ปี 2019 คงเป็นเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 2.8 ลิตร เทอร์โบแปรผัน VGT ให้กำลังสูงสุดได้ 150 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 360 นิวตันเมตร ส่งกำลังผ่านเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ และเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ให้เลือก ขณะที่ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เลือกโหมดการทำงานได้ 5 รูปแบบ ตามสถานการณ์ แต่หาก MG ประเทศไทย จัดรุ่นไมเนอร์เชนจ์ของ MG T60 ที่เปลี่ยนมาใช้ชื่อ MG T70 ซึ่งเปิดตัวไปหมาด ๆ เมื่อเดือนเมษายน 2562 ในงานเซี่ยงไฮ้ ออโต้ โชว์ ก็จะได้เครื่องยนต์ใหม่ ดาวน์ไซซ์ แต่พลังดุเดือดขึ้น ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบแปรผัน 170 แรงม้า และแรงบิด 375 นิวตันเมตร และที่น่ากลัวมาก คือรุ่นเทอร์โบคู่ 284 แรงม้า และแรงบิด 480 นิวตันเมตร มีให้ใช้งานตั้งแต่ช่วงรอบต่ำ จะโหดเกินไปหรือเปล่าสำหรับนักขับบางรายที่หมายขับรถกระบะให้กลายเป็นรถสปอร์ต ก็ไม่อยากจะนึกภาพเท่าไรนัก เพราะไม่จำเป็นเลยที่จะต้องมีแรงม้าสูงขนาดนั้น ไม่ว่า MG T60 หรือ T70 นั้นจะให้อุปกรณ์ความปลอดภัยมากแค่ไหน อย่างไรก็ตาม คงต้องรออัปเดตความเคลื่อนไหวจาก MG ประเทศไทยอีกครั้ง ว่าเป็น MG T60 หรือ MG T70 แต่กำหนดเบื้องต้นอยู่ในช่วงปลายปี ซึ่งไม่รู้ว่าจะได้การต้อนรับอย่างอบอุ่นมากแค่ไหน แต่ถ้ากระแสดี งานนี้อาจมีพิธีรับน้องแรง ๆ จากเจ้าตลาดรุ่นพี่ ทั้ง Toyota Hilux Revo, Isuzu D-Max, Mitsubishi Triton, Ford Ranger และรายอื่น ๆ ที่ปกติก็ฟาดกันหนักอยู่แล้ว

รถยนต์ Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe

ข่าวรถยนต์

รถยนต์ Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe 2021 ที่มีการปรับภายนอกหลายจุด และขุมพลัง 4.0 ลิตร ควบคู่ไฮบริดอ่อน

รถยนต์ Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe โดยรวมตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ในดีไซน์สปอร์ต

รถยนต์ Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe

ภาพลักษณ์ใหม่ของ GLE 63 S Coupe จุดที่เห็นได้ชัดเลยคือ ใช้กระจังหน้า Panamericana ของ AMG นอกจากนี้ Fascia ด้านล่าง มีการแต่งให้เป็นสีดำและติดแถบโครเมียมบาง ๆ

รอบนอก กระจกข้างสีดำสไตล์สปอร์ต ส่วนข้างหลังได้รับกันชนใหม่สีดำ ท่อไอเสียทรงสี่เหลี่ยมคางหมูคู่ 2 ข้าง มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 22 นิ้ว เบรกขนาดใหญ่ ข้างหน้าขนาด 15.7 นิ้ว และด้านหลัง 14.6 นิ้ว และคาลิเปอร์เบรกสีแดง ด้านขุมพลัง GLE 63 S Coupe ขับเคลื่อนโดย เครื่องยนต์ V-8 เทอร์โบคู่ ขนาด 4.0 ลิตร ผสานเทคโนโลยี EQ Boost หรือ ไมลด์ ไฮบริด (Mild hybrid) 48 โวลต์ จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ผลิตพละกำลังรวมได้มากถึง 603 แรงม้า รีดอัตราเร่งจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ได้ใน 3.7 วินาที สามารถทำความเร็วสูงสุดที่ 280 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทั้งนี้ยังไม่มีการเปิดเผยว่า Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe ราคาอยู่ที่เท่าไหร่ รวมถึงวันเปิดจำหน่ายที่ประเทศสหรัฐอเมริกาด้วย อย่างไรก็ตามเมื่อดูจากพิกัดเครื่องยนต์และดีไซน์แล้ว Mercedes-AMG GLE 63 S Coupe 2021 จะลงสู่ตลาดเพื่อเข้ามาเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ New BMW X6 M ซึ่งต้องมาดูกันครับว่าเทคโนโลยีของรถค่ายไหนจะตอบโจทย์กลุ่มผู้ใช้งานได้มากที่สุด

ข่าวรถยนต์ Hyundai Elantra

ข่าวรถยนต์

ข่าวรถยนต์ Hyundai Elantra 2021 คอมแพกต์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ปรับการออกแบบใหม่ให้ดูโฉบเฉี่ยวเพรียวลม

ข่าวรถยนต์ Hyundai Elantra แต่ทางค่ายก็ยืนยันมาแล้วว่าไม่ใช่ เพราะได้เปลี่ยนแนวทางการออกแบบจากเดิมที่เรียกว่า Sensuous Sportiness

ข่าวรถยนต์ Hyundai Elantra

แม้ว่าจะดูคล้าย ๆ กับ Hyundai Sonata ไปบ้าง แต่ทางค่ายก็ยืนยันมาแล้วว่าไม่ใช่ เพราะได้เปลี่ยนแนวทางการออกแบบจากเดิมที่เรียกว่า Sensuous Sportiness มาเป็น Parametric Dynamics ซึ่งก็เป็นการสืบทอดต่อกันมาอีกที อาจสร้างความสับสนให้แฟน Hyundai ไปบ้าง แต่ความน่าสนใจก็มีอยู่ไม่น้อย กับ Hyundai Elantra คันนี้
รูปลักษณ์ภายนอก
Parametric-jewel-pattern grille หรือ กระจังหน้าดีไซน์รูปเพชรที่เชื่อมกับกรอบไฟหน้าและไฟเลี้ยวไว้ทั้งชุดราวกับเป็นปีกที่สยายออกไปทั้ง 2 ฝั่ง

แนวหลังคาที่ลาดเอียงลงบรรจบกับแนวเส้นด้านข้างที่เฉียงขึ้น ทำให้ตัวรถดูโฉบเฉี่ยวปราดเปรียว

ไฟท้ายทรง H-Tail Lamp คือการวางเส้นแนวตั้งไว้ที่มุมซ้ายขวา 2 ฝั่งแล้วเชื่อมด้วยเส้นแนวนอนยาวตลอดฝากระโปรงท้ายเป็นรูปตัว H

มิติของรถคือ กว้าง 1,825 มม. ยาว 4,676 มม. สูง 1,415 มม. เมื่อเทียบกับคู่แข่งอย่างเช่น Honda ในรุ่น Honda Civic หรือ Mazda ในรุ่น Mazda 3 จะพบว่า Hyundai Elantra 2021 คันนี้ใหญ่กว่าทุกรุ่น
ดีไซน์ภายใน
ออกแบบให้คล้ายกับ cockpit หรือห้องบังคับเครื่องบินรบที่มีลักษณะโอบล้อมตัวผู้ขับขี่ โดยทาง Hyundai นิยามการออกแบบนี้ว่าเป็น Cocoon หรือ รังดักแด้ แยกส่วนกันชัดเจนระหว่างคนขับกับผู้โดยสาร

มาตรวัดดิจิทัลและจออินโฟเทนเมนต์ขนาดเท่ากันคือ 10.25 นิ้ว รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto

ชุดไฟแอมเบียนท์ที่แสงไฟปรับได้ถึง 64 สี ให้บรรยากาศการขับขี่ที่แตกต่างตามใจชอบ

เครื่องเสียง Bose ลำโพง 8 จุด
เครื่องยนต์และสมรรถนะ
รุ่นพื้นฐานจะใช้เครื่องยนต์ 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 147 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 179 นิวตัวเมตร

ขับเคลื่อนด้วยระบบเกียร์ CVT แบบ IVT (Intelligent Variable Transmission) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ Hyundai

รุ่นไฮบริดจะเป็นเครื่องยนต์ 4 สูบ GDI ความจุ 1.6 ลิตร ผนวกกับมอเตอร์ไฟฟ้าและแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนขนาด 1.32 กิโลวัตต์ กำลังสูงสุด 141 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 264 นิวตันเมตร ขับเคลื่อนด้วยเกียร์ดูอัลคลัตช์ 6 สปีด
เทคโนโลยีความปลอดภัย
เทคโนโลยี Digital Key ที่ใช้สมาร์ตโฟนหรือการ์ด NFC ในการสั่งการ

ระบบรักษาความปลอดภัยจัดเต็ม อย่างเช่น ระบบขับเคลื่อนตามช่องจราจร (Lane Keeping Assist), ระบบป้องกันการชนด้านหน้า (Forward Collision-Avoidance Assist with Pedestrian Detection), ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผัน (Adaptive Cruise Control), ระบบตรวจจับมุมอับสายตาพร้อมช่วยเตือนขณะถอยหลัง (Blind-Spot Collision Avoidance Assist with Rear Cross-Traffic Alert) เป็นต้น
ความน่าสนใจของ Hyundai Elantra 2021 ที่แม้ว่าตำแหน่งคนขับจะดูแปลก ๆ ไปบ้าง แต่หน้าตาที่หล่อเหลาและรูปร่างที่เพรียวลมพร้อมกับระบบรักษาความปลอดภัยที่น่าจะครบเครื่อง ก็น่าจะโดนใจหลาย ๆ คน แต่ถ้าเทียบในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัย ระบบ Honda Sensing ใน Honda Civic ก็จัดว่าดี และที่สำคัญ Honda ทำตลาดอยู่ด้วยในตอนนี้ ไม่ต้องรอลุ้นราคา

New BAC Mono

ข่าวรถยนต์

New BAC Mono รถซูเปอร์คาร์จาก Briggs Automotive Company บริษัทผู้ผลิตรถยนต์จากสหราชอาณาจักร

New BAC Mono เปิดตัวในงาน เจนีวา มอเตอร์โชว์ 2020 ที่สวิตเซอร์แลนด์ เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา จากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19)

New BAC Mono

แต่ล่าสุดทางค่ายดังที่มีที่ตั้งอยู่ในเมืองลิเวอร์พูล ได้เผยรายละเอียดเกี่ยวกับรถซูเปอร์คาร์เจเนอเรชั่นที่ 2 คันนี้ออกมาให้แฟนๆ ได้รู้กัน ด้วยการปรับรูปโฉมให้ดูโฉบเฉี่ยวขึ้น กระจังหน้าถูกลดขนาดให้เล็กลงเพื่อหลักแอโรไดนามิก, ไฟทั้งด้านหน้าและด้านหลังถูกเปลี่ยนเป็นแบบ LED, กระจกมองข้างแบบปีกคู่, สปอยเลอร์หลังใหญ่ขึ้น
ในส่วนของตัวถัง New BAC Mono มีความสูงที่ลดลง 20 มม. แต่เพิ่มความยาว 25 มม. เพื่อให้รูปลักษณ์ดูเพรียวบาง มีการนำส่วนประกอบของคาร์บอนไฟเบอร์เข้ามาร่วมด้วยทำให้มีน้ำหนักลดลงจากรุ่นก่อนถึง 10 กิโลกรัม นั่นเท่ากับว่ามันจะมีน้ำหนักเพียงแค่ 570 กิโลกรัมเท่านั้น ขุมพลังของ New BAC Mono เป็นเครื่องยนต์ใหม่ Mountune ระบบเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ 2.3 ลิตร ให้กำลัง 332 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 2.7 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 274 กิโลเมตร/ชั่วโมง
สำหรับ New BAC Mono สามารถวิ่งบนถนนในเมืองได้อย่างสบายๆ เมื่อมันผ่านมาตรฐานความปลอดภัยของ FIA (กฎหมายของการใช้ถนนในยุโรป) สนนราคาอยู่ที่ 165,950 ปอนด์ (ประมาณ 6,350,000 บาท) ที่สำคัญมันจะถูกผลิตตามใบสั่งของลูกค้าเท่านั้น

New Mitsubishi Triton Athlete

ข่าวรถยนต์

New Mitsubishi Triton Athlete 2019 ราคาเริ่มต้น 1,035,000 บาท รถกระบะสายพันธุ์สปอร์ต ผสมผสานดีไซน์เร้าใจกับความแข็งแกร่งทนทาน

New Mitsubishi Triton Athlete กระบะสายพันธุ์สปอร์ต ราคาเริ่ม 1.035 ล้านบาท

New Mitsubishi Triton Athlete

บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว มิตซูบิชิ ไทรทัน แอทลีท ใหม่ New Mitsubishi Triton Athlete รถกระบะรุ่นท็อปจากซีรี่ย์ Triton

ที่เน้นความสปอร์ตและสมรรถนะในการขับขี่ทั้งบนพื้นเรียบและพื้นถนนแบบออฟโรด New Mitsubishi Triton Athlete 2019 มาพร้อมกับคอนเซปต์ “เหนือชั้น สายพันธุ์สปอร์ต” พัฒนาจากรถกระบะที่เน้นสมรรถนะที่ดีเยี่ยมให้ตอบสนองการใช้งานแบบไลฟ์สไตล์มากขึ้น โดยการผสานความสปอร์ตเข้ากับความแข็งแกร่งทนทาน และเทคโนโลยีทันสมัย ให้ความรู้สึกในแบบพรีเมียมสำหรับการใช้งานในเมือง ภายนอกของ New Mitsubishi Triton Athlete ตกแต่งกันชนหน้าสีดำแบบสปอร์ต ประกอบด้วยกระจังหน้าสีดำพร้อมกรอบกันชนดีไซน์ไดนามิกชิลด์ด้านหน้าสีดำ หลังคาสีดำพร้อมล้ออัลลอยสีดำขนาด 18 นิ้ว ส่วนด้านหลังออกแบบให้มีมือเปิดกระบะท้ายและกันชนหลังสีดำ พร้อมสัญลักษณ์ “ATHLETE” บนฝากระบะท้าย พร้อมชุดปูพื้นกระบะ นอกจากนี้ยังมีกรอบกระจกมองข้างและสไตล์ลิ่งบาร์สีดำ บันไดข้าง และสัญลักษณ์ “ATHLETE” บนแถบกราฟฟิกข้างตัวรถด้วยเช่นกัน ส่วนภายในห้องโดยสารของ New Mitsubishi Triton Athlete ตกแต่งโดยเน้นสีดำสลับส้มให้ความรู้สึกสปอร์ตด้วยเช่นกัน เบาะหุ้มหนังสังเคราะห์ทูโทน หัวเกียร์ แผงประตู และเบรกมือเดินด้ายสีส้ม หุ้มวัสดุบุนุ่มกันกระแทกบริเวณหัวเข่า ฝากล่องเก็บของคอนโซลกลางไล่ไปจนถึงก็ใช้สีดำสลับส้มปัก พรมห้องโดยสารปักสัญลักษณ์ “ATHLETE”

MV Agusta ยืนยันเดินหน้าโปรเจกต์ ADV 950 และ 350 ซี.ซี.

ข่าวรถยนต์

MV Agusta เปิดแผนแม่บทเตรียมพัฒนา MV Agusta 350, 950 ซี.ซี.และ ADV หวังขยายตลาดให้ครอบคลุม เพิ่มยอดขายในอนาคต

MV Agusta ยืนยันเดินหน้าโปรเจกต์ ADV 950 และ 350 ซี.ซี.

MV Agusta

ภายใต้การบริหารของ Timur Sardarov ซีอีโอคนใหม่ของ MV Agusta ได้มีการแสดงแผนดำเนินงานในอนาคต เตรียมเพิ่มการผลิตเครื่องยนต์ใหม่ รุ่นใหม่ ทั้งไซซ์ใหญ่และไซซ์กลาง เพื่อขยายตลาดให้เข้าถึงผู้ขับขี่ได้มากยิ่งขึ้น
เดิมที MV Agusta เป็นที่รู้จักในฐานะผู้ผลิตจักรยานระดับไฮเอนด์ แม้ดีไซน์ภายนอกจะดูสวย สมรรถนะยอดเยี่ยม แต่ราคาก็ถือว่าค่อนข้างสูงมากเช่นกัน ทำให้ปี 2018 ค่ายมอเตอร์ไซค์สัญชาติอิตาลี สามารถทำยอดขายทั่วโลกได้เพียง 3,000 คันเท่านั้น ซึ่งทางบอสใหญ่ Timur Sardarov ต้องการเพิ่มยอดให้ได้อย่างน้อย 2 เท่าในปีนี้ และตั้งเป้าว่าจะได้มากกว่าเดิม 25,000 คัน/ปี ภายใน 5 ปี ด้วยเหตุนี้ทาง MV Agusta จึงได้เข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับบริษัทจีน Loncin เพื่อพัฒนารถรุ่นใหม่ที่มีความจุขนาดกลางในช่วง 350 ซี.ซี. ซึ่งมีโอกาสที่โมเดลใหม่นี้จะเป็น เนกเคตไบค์ (Naked) และทัวร์ริ่งไบค์ (Touring) ไม่ใช่แค่นั้นเพราะทางซีอีโอยืนยันเองว่า ตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาเครื่องยนต์ 950 ซี.ซี. ที่จะนำมาใช้กับรถรุ่นใหม่ ๆ ที่กำลังจะมาถึง ซึ่งหนึ่งในนั้นอาจเป็น มอเตอร์ไซค์ ADV เพื่อแข่งขันกับ Ducati Multistrada และ BMW R 1250 GS

All-New Nissan Sylphy 2020 เวอร์ชั่น USA

ข่าวรถยนต์

All-New Nissan Sylphy 2020 เวอร์ชั่น USA เปิดราคาเริ่มต้น 5.4 แสน เผยโฉมแล้วในแพลตฟอร์มใหม่ ยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมด

All-New Nissan Sylphy 2020 เวอร์ชั่น USA เวอร์ชั่นสหรัฐอเมริกา เผยโฉมแล้วในแพลตฟอร์มใหม่ ยกเครื่องดีไซน์ใหม่หมด

All-New Nissan Sylphy 2020 เวอร์ชั่น USA

All-New Nissan Sylphy 2020 นับเป็นโฉมใหม่เจนเนอเรชั่นที่ 8 หลังจากเริ่มออกจำหน่ายครั้งแรกตั้งแต่ปี 1982 หรือเมื่อ 37 ปีที่แล้ว

โดยรูปลักษณ์ที่ถูกเปิดเผยออกมาในครั้งนี้ถูกพูดถึงโดยเว็บไซต์รถยนต์ต่างประเทศว่าให้ความรู้สึกที่ค่อนข้างเซ็๋กซี่ ซึ่งแนวทางการออกแบบมีสไตล์ไปในทิศทางเดียวกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ นิสสัน อย่าง Nissan Altima หรือ Nissan Maxima ทว่าความจริงแล้วนี่คือ Nissan Sylphy ที่ นิสสัน ระบุว่าถูกพัฒนาและดีไซน์ใหม่แทบในทุกด้านบนแพลตฟอร์มใหม่ ซึ่งส่งผลให้ขนาดของตัวรถมีความสูงลดลงถึง 2 นิ้ว และกว้างกว่าเดิม 2 นิ้วเมื่อเทียบกับโฉมก่อนหน้านี้ ขณะที่การออกแบบภายในก็มีการปรับใหม่ เครื่องยนต์ที่เพิ่มสมรรถนะจากเดิม และฟังก์ชั่นเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย การออกแบบภายนอกของ All-New Nissan Sylphy 2020 โดดเด่นตั้งแต่ดีไซน์ด้านหน้าที่เรียกว่า V-Motion design มีแนวเส้นที่ไล่ไปตั้งแต่กระจังหน้ารถไปจนถึงฝากระโปรง โคมไฟหน้า LED ออกแบบให้เรียวเล็กกว่าเดิม ส่วนของตัวรถตั้งแต่เสาขึ้นไปถึงหลังคาใช้สีดำกลายเป็นทูโทน เล่นเดียวกับล้ออัลลอยด์แบบใหม่ที่เล่นสีเป็นทูโทนเช่นกัน และที่สำคัญคือ นิสสัน ระบุว่าขนาดมิติของ Nissan Sylphy โฉมนี้ออกแบบให้สัดส่วนความยาว ความกว้าง และความสูง มีความลงตัวที่สุดเรียกว่าเป็น Golden Proportions ภายในห้องโดยสารของ All-New Nissan Sylphy 2020 สไตล์การออกแบบเป็นไปในทิศทางเดียวกับกับรถยนต์รุ่นอื่น ๆ ของ นิสสัน แต่เพิ่มในส่วนของรายละเอียดและการเลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมมากขึ้น แนวรอยต่อส่วนต่าง ๆ เดินด้ายสีแดงตัดกับสีดำ จอแสดงผลสำหรับระบบความบันเทิงทัชสกรีนขนาด 7 นิ้วและอัปเกรดเพิ่มได้เป็น 8 นิ้วในบางรุ่นย่อย และจอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 4.2 นิ้ว การเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือรองรับทั้ง แอปเปิ้ล คาร์เพลย์ และระบบ แอนดรอยด์ อย่างไรก็ตาม ราคาของ All-New Nissan Sylphy 2020 ที่เปิดเผยไปนั้นยังไม่รวมภาษีและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ซึ่งหากรุ่นนี้เข้ามาจำหน่ายในประเทศไทย อาจมีราคาสูงขึ้นพอสมควร แต่เชื่อว่าดีไซน์ใหม่ของ Sylphy จะทำให้ตลาดรถยนต์กลุ่มซีดานคอมแพคท์ที่มีทั้ง Honda Civic, Mazda3 และ Toyota Altis ดุเดือดกว่าเดิมแน่นอน

Bugatti Centodieci ไฮเปอร์คาร์คอลเล็กชั่นใหม่

ข่าวรถยนต์

Bugatti Centodieci ผลิตเพียง 10 คัน ฉลองครบรอบ 110 ปี Bugatti และเพื่อแสดงความเคารพต่อไฮเปอร์คาร์รุ่นเก๋า

Bugatti Centodieci ไฮเปอร์คาร์คอลเล็กชั่นใหม่ ราคาเกือบ 300 ล้านบาท ผลิตเพียง 10 คัน

Bugatti Centodieci ไฮเปอร์คาร์คอลเล็กชั่นใหม่

Bugatti แบรนด์รถเก่าแก่ของฝรั่งเศส น่าจะกำลังเพลินกับการออกรถสปอร์ตคอลเล็กชั่นพิเศษราคามหาโหด เพื่อฉลองครบรอบ 110 ปี เพราะเมื่อต้นปีก็เพิ่งเปิดตัว Bugatti La Voiture Noire โดยอ้างอิงตำนาน

“รถสีดำ” ที่หายสาบสูญของ Bugatti (Bugatti Type 57 SC Atlantic) ซึ่งผลิตเพียงคันเดียวจนขึ้นแท่นรถยนต์ใหม่แพงสุดในโลกไปแล้ว ล่าสุดได้ส่ง Bugatti Centodieci มาโกยเงินในกระเป๋ามหาเศรษฐีอีกรอบ ผลิตเพียง 10 คัน ด้วยราคาเริ่มต้น 8 ล้านยูโร และต่อให้ตอนนี้คุณมีเงินมากพอก็ไม่มีสิทธิ์ซื้ออยู่ดี ไม่รู้จะเรียกว่าเป็นโชคดีบนความโชคร้ายได้หรือไม่ เพราะปัจจุบันยิ่ง Bugatti หยิบจับเอาอดีตอันขมขื่นมาเล่าใหม่ กลับขายได้ขายดี มีมหาเศรษฐีต่อแถวรอซื้อ แม้กระทั่งรถที่ได้ชื่อว่าไม่ประสบความสำเร็จในแง่การตลาด (แต่เทคโนโลยีเด่นล้ำมากและออกแบบตั้งต้นโดย Marcello Gandini หนึ่งในดีไซเนอร์ระดับพ่อมดของวงการ) อย่าง Bugatti EB110 ไฮเปอร์คาร์ของ Bugatti ในยุค 90 เพราะดันไปเปิดตัวบนความสั่นคลอนของวิกฤตเศรษฐกิจโลก จนถึงขั้นล้มละลาย ไปต่อไม่ได้ ท้ายที่สุด VW Group ได้เข้ามาครอบครองและเป็นผู้ถือตราสิน Bugatti อยู่ตอนนี้ ซึ่งเจ้า Bugatti EB110 นี้เองได้กลายเป็นไฮเปอร์คาร์อาวุโสให้รุ่นหลาน Bugatti Centodieci ได้แสดงความเคารพ ด้วยการตั้งชื่อรุ่น Centodieci ง่าย สไตล์อิตาเลียน (Ettore Bugatti เป็นอิตาเลียน) ที่แปลว่า 110 ส่วนดีไซน์หลักแม้ยืนบนพื้นฐาน Bugatti Chiron แต่ในรายละเอียด Bugatti Centodieci ยก Signature ของ Bugatti EB110 SS (หรือ Super Sport ที่เบาและแรงกว่ารุ่นปกติ ผลิตออกมาได้เพียง 33 คัน) มาครบแบบไม่ขาดตกบกพร่อง ตั้งแต่จมูกและช่องดักอากาศด้านหน้า การเจาะรูบนแผงด้านข้าง หลังบานกระจกที่โอบล้อมห้องโดยสารเป็นรูปเกือกม้าเพื่อรับอากาศเข้าไปลดความร้อนแรงของเครื่องยนต์ W16 สูบ ตลอดจนถึงแถบไฟท้าย 3 มิติ แบบลอยตัวและซับซ้อน ให้ดูคล้ายกับแผงท้าย Bugatti EB 110 SS ที่เจาะรูไว้ระบายอากาศจากห้องเครื่อง เพียงแค่ขุมพลังของ Bugatti Centodieci ไม่ใช่เครื่องยนต์ วี 12 สูบ อัดอากาศด้วยเทอร์โบ 4 ตัว อย่าง Bugatti EB110 SS แต่เปลี่ยนเป็นแบบ W16 สูบ ขนาดความจุ 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ตัว ปั่นม้าออกมาวิ่งเล่นแบบมหาศาลถึง 1,600 ตัว (เหนือกว่า Bugatti Chiron อยู่ 100 ตัว) เรียกว่าเหลือกินเหลือใช้และเผื่อไว้ให้ได้โชว์ด้วย

New Mercedes-Benz GLA 2021

ข่าวรถยนต์

New Mercedes-Benz GLA 2021 เปิดโฉมเจนเนเรชั่นที่ 2 พร้อมกับเทคโนโลยีใหม่และความสะดวกสบายที่มากขึ้น

New Mercedes-Benz GLA 2021 เปิดโฉมพร้อมเปิดเทคโนโลยีล้ำและทันสมัย

New Mercedes-Benz GLA 2021

New Mercedes-Benz GLA หลังเปิดตัวไปเมื่อ 6 ปีที่แล้ว สามารถสร้างยอดขายทั่วโลกได้มากกว่า 1 ล้านคัน

ล่าสุดค่ายรถหรูได้เตรียมพร้อมเข้าสู่ยุคที่ 2 กับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่ไม่ใช่แค่ปรับโฉมภายนอกเท่านั้น ได้รับการออกแบบใหม่ตั้งแต่โครงสร้าง โดยขนาดความยาวของตัวรถลดลง 14 มิลลิเมตร และแคบลง 2 มิลลิเมตร แต่สูงกว่ารุ่นเก่า 104 มิลลิเมตร และฐานล้อยาวขึ้น 28 มิลลิเมตรภายในห้องโดยสารคล้ายคลึงกับ Mercedes-Benz รุ่นอื่น ๆ ที่มีแผงหน้าปัดพร้อมจอแสดงผลแบบดิจิตอลสำหรับเครื่องมือและฟังก์ชั่นระบบสาระบันเทิง พร้อมเน้นความเป็นรถครอสโอเวอร์มากขึ้น โดยยกเบาะหน้าให้สูงกว่า A-Class 140 มิลลิเมตร หลังคาด้านหน้ากว้างขึ้น 22 มิลลิเมตร แต่ด้านหลังลดลง 6 มิลลิเมตร ได้ยกระดับด้านความปลอดภัยของระบบช่วยเหลือการขับขี่ ทั้งฟังก์ชั่นการเปลี่ยนเส้นทาง, ฟังก์ชั่นแจ้งเตือนเมื่อเข้าใกล้นักปั่นจักรยานหรือยานพาหนะ, ระบบช่วยเบรก (Active Brake Assist) เพื่อหลีกเลี่ยงการชนหรือลดความรุนแรงของอุบัติเหตุ ด้านขุมพลังรุ่น GLA 250 จะเป็นระบบขับเคลื่อนล้อหน้า เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังได้มากสุด 221 แรงม้าและแรงบิด 350 นิวตัน – เมตร ส่งกำลังไปยังเพลาหน้าผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด เข้าถึงความเร็ว 96 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลา 8.6 วินาที ซึ่งสามารถอัปเกรดเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อได้ สำหรับรุ่น GLA 250 4Matic